ย่างนั้นนางคงไม่มีสถานะสูงเช่นนี้ในตระกูลเนี่ย แล้วทำไมเนี่ยเฟิ่งหลินถึงไม่รู้เล่า?
ฮูหยินเนี่ยคงจงใจกระทำล่ะสิ
ดูท่าเนี่ยเฟิ่งหลินมาที่นี่ก็เพื่อจะมาหาเรื่อง!
จางซิ่วเอ๋อมองเรื่องราวสนุกที่นี่อย่างสนอกสนใจ อย่างไรเสียในตอนนี้นางก็ยังไปไหนไม่ได้ สู้ดูละครอยู่เงียบ ๆ เสียดีกว่า
จะได้ยื้อเวลาให้นานขึ้นสักหน่อย เพื่อรอคุณชายฉินมาช่วยตัวเอง
ฮูหยินเนี่ยมีสีหน้าแข็งทื่อไป เริ่มไม่สบายใจขึ้นมา นางดูมีท่าทางลนลานนิด ๆ แต่หลังจากนั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าแสนโศกเศร้า “ที่แท้เจ้ามาเพราะเรื่องนี้เองหรือ? ที่ข้าและพี่ชายของเจ้าไม่ได้บอกเจ้าก็เพราะพวกเราเสียใจกันมาก การสูญเสียลูกในวัยกลางคนเป็นเรื่องที่พวกเราสะเทือนใจไม่น้อย ขนาดตัวพวกเราเองยังฟื้นตัวกันไม่ได้เลย จะบอกเรื่องที่แสนเศร้าเช่นนี้กับเจ้าได้อย่างไรกัน?”
เนี่ยเฟิ่งหลินไม่ได้ล้มเลิกการคาดคั้นเพราะใบหน้าที่ดูเสียใจของฮูหยินเนี่ย กลับพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเย็น “ที่พวกเจ้าไม่ได้บอกข้าในเรื่องที่หย่วนเฉียวสิ้นชีพแล้วนั้นอาจเป็นเพราะเหตุผลนี้ก็จริง แต่ไฉนข้าถึงได้ยินมาว่าก่อนหย่วนเฉียวจะตาย เขาได้แต่งงานแล้วกันล่ะ?”
“เรื่องมงคลแบบนี้ทำไมถึงไม่บอกข้า? หรือคนเป็นอาอย่างข้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเข้าร่วมพิธีแต่งงานของหย่วนเฉียวรึ?” เนี่ยเฟิ่งหลินแค่นเสียง เห็นได้ชัดว่าโมโหมาก
ฮูหยินเนี่ยรีบอธิบาย “เฟิ่งหลิน เจ้าอย่าคิดแบบนี้สิ ถ้าเป็นการแต่งงานตามปกติจะไ