่านแม่ รีบไปเถอะเจ้าค่ะ” จางอวี่หมินบอก นางทนรอดูจางซิ่วเอ๋อตกที่นั่งลำบากไม่ไหวแล้ว
ที่จริงนางจะไปเองก็ได้ แต่พอนึกถึงตระกูลเนี่ยแล้วจางอวี่หมินยังรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ ตอนนี้จึงไม่กล้าไป
แม่เฒ่าจางเป็นคนหน้าด้าน นอกจากบ้านผีสิงของจางซิ่วเอ๋อแล้วนางก็ไม่เคยกลัวสถานที่ไหนมาก่อน
เรียกได้ว่าขอแค่เป็นสถานที่ที่แม่เฒ่าจางไม่เคยเสียเปรียบ นางกล้าไปหมด
“เช่นนั้นเรื่องนี้รอช้าไม่ได้แล้ว ข้าจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้ล่ะ” แม่เฒ่าจางกล่าว
นางเปลี่ยนชุดและยืมแป้งของจางอวี่หมินไปทาบนหน้าตัวเอง เมื่อก่อนตระกูลจางไม่มีของมีราคาอย่างแป้งแต่งหน้าหรอก ที่ซื้อได้ก็เพราะขายจางซิ่วเอ๋อให้ตระกูลเนี่ยแล้วได้เงินมา ชีวิตที่บ้านสบายขึ้นถึงยอมซื้อ
แม่เฒ่าจางคิดว่าตัวเองจะไปตระกูลเนี่ยทั้งทีย่อมขายหน้าไม่ได้ จึงตั้งใจแต่งหน้าแต่งตัว
ไม่แต่งตัวยังไม่เป็นไร แต่พอแต่งแล้วดูอย่างไรก็ประหลาดพิกล
นางสวมชุดสีแดงสด ประดับดอกไม้สีแดงบนหัว ทาหน้าขาววอก แค่ขยับตัวนิดหน่อยแป้งบนหน้าก็จะฟุ้งกระจายออกมา ดูอย่างไรก็เหมือนเพิ่งคลานขึ้นมาจากโลงศพ
แต่แม่เฒ่าจางไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ ออกจะภาคภูมินิด ๆ เสียด้วยซ้ำ
หญิงชราออกจากบ้านในสภาพนี้ และเพื่อประหยัดเวลา นางจึงกัดฟันจ้างเกวียนวัวมาคันหนึ่ง
ถ้าเป็นเมื่อก่อนนางไม่ยอมเสียเงินก้อนนี้แน่ แต่ตอนนี้นางคิดไปว่าการที่ตัวเองไปส่งข่าวสำคัญขนาดนี้ให้ตระกูลเนี่ย อย่างไรเสียตระกูลเนี่ยก็ต้องต