ี้ข้าเก็บไว้ให้สามีข้าในอนาคต!” จางซิ่วเอ๋อพูดด้วยสีหน้ามาดมั่น
คุณชายฉินเอ่ย “ถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้าเคยแต่งงานใช่ไหม?”
จางซิ่วเอ๋อหน้าเสีย ทำไมจ้องแต่จะพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดกันนะ!
เห็นจางซิ่วเอ๋อเปลี่ยนสีหน้า ก็ไม่รู้ทำไมชั่วขณะหนึ่งคุณชายฉินรู้สึกว่าตัวเองพูดจาเกินไปหน่อย ต่อให้นางจะก๋ากั๋นแค่ไหน เก่งกาจแค่ไหน แต่ก็ยังเป็นเด็กสาววัยเยาว์
เป็นม่ายด้วยอายุแค่นี้ นางต้องทุกข์ใจอยู่แล้ว
ตัวเองกลับเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูด อย่างกับตัวเองรังแกจางซิ่วเอ๋อยังไงยังงั้น
คุณชายฉินอุตส่าห์เกิดความรู้สึกผิด แต่จางซิ่วเอ๋อกลับแค่นเสียงหัวเราะ และพูดอย่างจองหอง “ทำไม? ข้าจะมีความรักครั้งใหม่ไม่ได้รึไงเจ้าคะ? ข้าเป็นแม่ม่ายก็จริง แต่ไม่มีใครตั้งกฎห้ามแม่ม่ายแต่งงานใหม่นี่?”
ถึงแม่ม่ายแต่งงานใหม่จะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ตอนแม่ม่ายแต่งงานใหม่ก็จะแต่งเงียบ ๆ มีอย่างที่ไหนโวยวายเสียงดังอย่างสง่าผ่าเผยไม่ปิดไม่บังอย่างจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อโวยวายเสร็จ ความรู้สึกผิดอันน้อยนิดจนน่าสงสารในใจคุณชายฉินพลันจืดจางลงทันใด
คุณชายฉินมองจางซิ่วเอ๋ออย่างพินิจพิเคราะห์ พลันถามขึ้น “แล้วเจ้ามีคนรักหรือไม่?”
จางซิ่วเอ๋อเอ่ย “ตอนนี้ยังไม่มี แต่นี่ไม่น่าใช่เรื่องที่ท่านต้องคิดมากนะ”
คุณชายฉินพยักหน้า จู่ ๆ ก็พูดด้วยท่าทางจริงจัง “ในเมื่อยังไม่มีคนรัก เช่นนั้นเราสองคนยังมีเวลาอีกนาน”
จางซิ่วเอ๋ออยากจะแดกดันกลับไป แต่พอได้ยินคำ