าถึงบ้านผีสิงแต่เช้าเหมือนปกติ
ข้าวเช้าวันนี้ช่างหลากหลาย จางซิ่วเอ๋อทอดเกี๊ยวที่เหลือ ข้าวต้มที่ต้มด้วยข้าวฟ่าง นอกจากของพวกนี้แล้วจางซิ่วเอ๋อยังต้มไข่ไว้หลายฟองอีกด้วย
ภายใต้การอบรมสั่งสอนของจางซิ่วเอ๋อ จางซานหยาล้างมือก่อนกินข้าวเสมอ และในตอนที่จางซานหยาล้างมือนี่เอง นางได้ถลกแขนเสื้อขึ้นโดยสัญชาตญาณ ส่วนจางซิ่วเอ๋อก็กวาดสายตามาทางนี้พอดี
พอจางซิ่วเอ๋อเห็นแขนที่ช้ำเป็นทางของจางซานหยาก็พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วและจับมือจางซานหยาไว้
“ซานหยา แขนเจ้าไปโดนอะไรมา?” จางซิ่วเอ๋อถามอย่างร้อนใจ
ขณะที่พูด จางซิ่วเอ๋อก็เห็นใต้ร่มผ้าของจางซานหยาปิดรอยฟกช้ำรอยใหญ่ไว้
จางซิ่วเอ๋อร้อนใจ ถลกแขนเสื้อจางซานหยาขึ้นอีก พอเห็นแล้วก็เป็นเรื่องใหญ่ทันที เพราะแขนนางเป็นสีเขียวม่วงไปทั้งแขน
จางซิ่วเอ๋อใจเย็นไม่ไหว ฉีกเสื้อจางซานหยาออก
บนหลังของจางซานหยาก็เต็มไปด้วยรอยแผล! มีเพียงตรงหน้าอกที่จางซานหยาเก็บเกี๊ยวไว้และเสียดายไม่อยากให้อาหารต้องโดนปู้ยี่ปู้ยำจึงปกป้องไว้ตลอด ทำให้บริเวณนั้นไม่มีแผล เรียกได้ว่าทั้งเนื้อตัวจางซานหยาไม่มีตรงไหนเรียบเนียนเลย!
สีหน้าจางซิ่วเอ๋อดำทะมึนลงราวกับมีเมฆครึ้มลอยผ่าน!
ตอนที่จางชุนเถาออกมาจากห้องก็ตกใจเหมือนกัน “ซานหยา เจ้าไปโดนอะไรมา?”
จางซิ่วเอ๋อไม่สนใจเรื่องกินข้าวแล้ว นางพาจางซานหยาเข้าห้องและทายาให้น้องสาว
โชคดีที่ในบ้านมียาห้ามเลือดแก้ช้ำอยู่
จางซานหยาไม่มีแผลเลือดออกท