งพาจางชุนเถามาฝึกเขียนตัวอักษรในสวน
แสงจันทร์บนฟ้าสว่างไสว สาดกระทบพื้นส่องแสงให้ทั้งลานบ้านเปล่งประกาย
ถึงแม้จะมองไม่ชัดมาก แต่ก็พอขีด ๆ เขียน ๆ ได้
และประเด็นหลักคือพวกนางไม่ใช่แค่เขียน ทั้งสองคนขีดเขียนไปพลางคุยเล่นไปพลาง
ครึ่งชั่วยามผ่านไป จางซิ่วเอ๋อคิดว่าได้เวลาไปนอนแล้วจึงเอ่ยขึ้น “ไปกันเถอะ เราไปนอนกัน”
“ปึ้งๆๆ” และในเวลานั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังเข้ามา
จางซิ่วเอ๋อชะงัก กลางค่ำกลางคืนใครจะมาบ้านพวกนางกัน?
สีหน้าจางชุนเถาตึงเครียดขึ้นมาเช่นกัน นางมองจางซิ่วเอ๋อและหวังว่าจางซิ่วเอ๋อจะเป็นคนตัดสินใจ
จางซิ่วเอ๋อเอ่ยเสียงเบา “เจ้าไปเอามีดมาให้ข้า และตัวเจ้าเองหาอะไรไว้ป้องกันตัวด้วย พี่ไปถามก่อนว่าคนข้างนอกเป็นใคร? และมีเรื่องอะไร?”
เนื่องจากพวกนางอาศัยอยู่ในป่า หากมีคนชั่วมา ต่อให้พวกนางร้องจนคอแตกก็ไม่มีใครได้ยิน
จางซิ่วเอ๋อจึงระวังตัวเป็นพิเศษ
“ข้างนอกนั่นใครกัน?” จางซิ่วเอ๋อตะเบ็งเสียงถาม
“ซิ่วเอ๋อ…..ข้าเอง” เสียงละล่ำละลั่กฟังดูทรมานดังมาจากด้านนอก
จางซิ่วเอ๋อขมวดคิ้วเอ่ย “สวี่อวิ๋นซาน? กลางค่ำกลางคืนทำไมเจ้าไม่นอน มาบ้านข้าทำไม?”
“ซิ่วเอ๋อ….เจ้าเปิดประตูก่อน” สวี่อวิ๋นซานพูดต่อ
ถ้าเป็นคนอื่นอย่างบัณฑิตจ้าวเข้ามา จางซิ่วเอ๋ออาจจะเปิดประตู แต่นี่เป็นสวี่อวิ๋นซาน จางซิ่วเอ๋อจึงตัดสินใจไม่ได้
ตอนนี้นางกำลังจะตัดความสัมพันธ์กับสวี่อวิ๋นซาน ถ้าสวี่อวิ๋นซานมาแล้วนางเปิดประต