ู ก็เท่ากับสิ่งที่ทำมาไร้ค่าทั้งหมดเลยน่ะสิ?
แต่พอได้ยินว่าคนข้างนอกคือสวี่อวิ๋นซาน อย่างน้อยจางซิ่วเอ๋อก็หายกลัว
“สวี่อวิ๋นซาน ดึกดื่นแบบนี้ทำไมข้าต้องเปิดประตูให้เจ้าด้วย? เจ้ากลับบ้านไปเถอะ ถ้าแม่เจ้าและน้องสาวเจ้ารู้เข้าว่าเจ้ามาหาข้ากลางค่ำกลางคืนแบบนี้ ข้าต้องมีเรื่องยุ่งโดยใช่เหตุอีก” จางซิ่วเอ๋อแค่นเสียง ตัดสินใจว่าอย่างไรซะวันนี้ตัวเองก็เปิดประตูให้สวี่อวิ๋นซานไม่ได้
ขณะนั้นชุนเถากลับมา พอได้ยินคำพูดจางซิ่วเอ๋อจึงวางมีดลงที่โต๊ะด้านข้างและเอ่ยถาม “พี่ ข้างนอกนั่นคือพี่สวี่เหรอ?”
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า “ก็ใช่น่ะสิ ไม่รู้ว่ามาทำไมดึกดื่นป่านนี้”
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าสวี่อวิ๋นซานมาหานางในยามวิกาลโดยไม่ได้รับเชิญแบบนี้ช่างบ้าบิ่นอย่างยิ่ง
ปกติสวี่อวิ๋นซานดูเป็นคนซื่อ ๆ นี่ ทำไมถึงมาเคาะประตูแม่ม่ายกลางดึกกลางดื่นล่ะ
จางซิ่วเอ๋อคิดว่าเรื่องแบบนี้อย่าว่าแต่ในยุคโบราณเลย ต่อให้เป็นยุคปัจจุบันก็เกินสมควรไปมาก
“ซิ่วเอ๋อ ข้าขอร้อง เปิดประตูหน่อย ช่วยข้าด้วย……” น้ำเสียงสวี่อวิ๋นซานดูฝืนทนและแฝงสะอื้นมาด้วย
จางซิ่วเอ๋อได้ยินแล้วชะงัก ทำไมเสียงของสวี่อวิ๋นซานฟังดูไม่ปกติเลยล่ะ คงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรใช่ไหม?
“พี่…..พี่สวี่เหมือนมีเรื่องสำคัญจริง ๆ นะเจ้าคะ อย่างไรเสียพี่สวี่ไม่ทำร้ายพวกเราหรอก เราเปิดประตูดูเขาหน่อยดีไหม?” จางชุนเถาถามอย่างลังเล
เห็นสายตาอ้อนวอนของจางชุนเถาแล้ว จางซิ่วเอ๋อก