งใหญ่ของสวี่อวิ๋นซาน บ้านเขาสนิทกับบ้านสวี่อวิ๋นซาน จึงเคียดแค้นจางซิ่วเอ๋อไปด้วย
จางซิ่วเอ๋อมาถึงใต้ต้นหวายฉู่ และพบว่ามีคนยืนอยู่ใต้ต้นหวายฉู่ไม่น้อย
นางขมวดคิ้วมองฟ้า เวลานี้เป็นช่วงบ่าย คนพวกนี้ไม่ไปทำไร่ไถนาแต่มามุงกันตรงนี้ทำไม?
แต่จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าคนพวกนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง จึงตะโกนใส่คนด้านหน้า “รบกวนทุกคนถอยหน่อยเจ้าค่ะ ให้เกวียนเล่มนี้เข้าไปด้วย”
ในตอนนี้เองเสียงกระดิ่งก็ดังขึ้นข้างหูจางซิ่วเอ๋อ เสียงกระดิ่งนี้ไม่เบาเลย ทำเอาจางซิ่วเอ๋อตกใจไม่น้อย
ไม่ใช่แค่จางซิ่วเอ๋อเท่านั้น วัวแก่ที่เทียมเกวียนอยู่บัดนี้ก็สะบัดตัวไปมาด้วย
จางซิ่วเอ๋อนึกฉุนทันที ทำเสียงรบกวนเวลาแบบนี้ทำให้วัวตกใจได้นะ คน ๆ นี้ไม่หวังดีชัด ๆ!
จางซิ่วเอ๋อมองคน ๆ นี้ ก็เห็นหูครึ่งเซียนในชุดนักพรตเต๋าลายยันต์แปดทิศ ไม่รู้ว่าชุดนี้ไม่ได้ซักมานานเท่าไรแล้ว ดูสกปรกซอมซ่อนัก
เขาไว้เคราแพะ ตาบอดข้างนึง ส่วนตาอีกข้างดูคิดไม่ซื่อ ให้ความรู้สึกไม่ดีกับจางซิ่วเอ๋ออย่างมาก
“ด้วยฤทธานุภาพแห่งฟ้าดิน! วิญญาณร้ายจงรีบเผยร่างออกมา!” คนผู้นั้นกระโดดขึ้นลงพลางสั่นกระดิ่งและท่องบทสวด
จางซิ่วเอ๋อเห็นรถลากในขณะนี้สั่นแรงมาก ก็เป็นห่วงว่าแม่โจวจะเป็นอะไรจึงพยุงแม่โจวลงมาก่อน
ขณะนั้นแม่เฒ่าจางเห็นว่ามีของอยู่บนรถลากจึงเอื้อมมือไปแย่ง
จางซิ่วเอ๋อที่กำลังจะทะเลาะกับนักพรตนั่นเห็นแบบนี้ก็เลิกสนใจนักพรต ขวางแม่เฒ่าจางไว้ “ท่าน