ะถูกขายอีกครั้ง
ตอนนี้ไม่ใช่ยุคอดอยาก ถึงแม้แต่ละบ้านจะอยู่กันแบบอัตคัดขัดสน แต่ก็ไม่ได้จนถึงขั้นต้องขายลูกหลาน
อย่างบ้านบัณฑิตจ้าวที่ยากจนเป็นอันดับต้น ๆ ของหมู่บ้าน ก็ยังไม่ได้จะขายลูกเลย
เรื่องที่ตระกูลจางจะขายชุนเถาตอนนั้นเป็นเรื่องฮือฮาในหมู่บ้านพอสมควร
ยิ่งกว่านั้นทุกคนรู้ว่าแม่เฒ่าจางบีบคั้นจางชุนเถาจนนางเกือบตาย
พอได้ยินจางชุนเถาพูดแบบนี้ในตอนนี้แล้วจึงรู้สึกปวดใจเป็นพิเศษ
แม่เฒ่าหลิวที่ไม่เคยกลัวจะทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่อยู่แล้วเอ่ยขึ้นมา “โอ๊ย ข้าว่านะคนตระกูลจาง เจ้านี่จะใจดำไปหน่อยรึเปล่า เจ้าไม่ช่วยหลานเจ้าแล้วยังจะไม่ให้ท่านยายเขาช่วยอีกรึ? ท่านยายพวกนางช่วยเหลือดูแลพวกนางแล้วเจ้ายังจะแย่งของอีก! ไม่อายบ้างหรือไง!”
แม่เฒ่าจางหน้าเสีย แค่นเสียงเอ่ย “นังแก่ไม่ยอมตายอย่างเจ้านี่อยู่ทุกที่เลยนะ!”
“ถอยหน่อย! เลิกโหวกเหวกโวยวายได้แล้ว! พ่อข้าจับผีอยู่ ถ้าพวกเจ้าส่งเสียงเอะอะอีกระวังกำจัดผีไม่ได้แล้วตกกลางคืนจะไปทำร้ายใครที่บ้านพวกเจ้าเอานะ!” ชายหนุ่มอายุราว 30 ปีคนหนึ่งก้าวออกมาพลางตะโกน
จางซิ่วเอ๋อเหลือบมองเขา คนผู้นี้โครงหน้าบานใหญ่ ตกกระเล็กน้อย และมีท่าทางดุร้าย
จางซิ่วเอ๋อคิดอยู่นานก็นึกไม่ออกว่าคน ๆ นี้เป็นใคร และไม่เคยเห็นในหมู่บ้านมาก่อน จึงเห็นได้ว่าเขาเป็นคนนอกหมู่บ้าน
……………………………………………