อยตามคำพูดของแม่เฒ่าโจวและนึกถึงเรื่องตอนนั้น “เรื่องของหนีจื่อข้าต้องขอบคุณนางไปชั่วชีวิต ถ้าไม่มีพี่สะใภ้ ตอนนี้หนีจื่อจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้”แม่เฒ่าโจวพยักหน้าและกล่าว “เจ้าคิดได้แบบนี้ข้าก็ดีใจจริง ๆ ตอนนี้ข้าไม่ขออะไรมาก หวังแค่ครอบครัวเราจะมีแต่ความสงบสุข”แม่โจวบอกยิ้ม ๆ “ท่านแม่ ไม่ต้องกังวลเรื่องหนีจื่อหรอกเจ้าค่ะ เมื่อก่อนนี้ข้าไม่รู้ความ ไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้ทางบ้านได้ หลังจากข้ากลับไปหนนี้จะลองหาครอบครัวที่เหมาะสมในหมู่บ้านดู แล้วให้หนีจื่อแต่งเข้าไป”ที่จริงแม่โจวมีความคิดนี้นานแล้ว แต่แม่เฒ่าจางไม่ยอมให้นางยุ่งเรื่องของตระกูลโจว นางจึงไม่กล้าทำอะไร แต่ครั้งนี้แม่โจวก็เด็ดขาดขึ้นมาแล้วเหมือนกันคนตระกูลจางอยากจะมองอย่างไรก็มองไป อยากจะคิดอย่างไรก็คิดไป นางต้องหาที่ไปดี ๆ ให้น้องสาวตัวเองให้ได้ได้ยินแม่โจวพูดแบบนี้จางซิ่วเอ๋อก็ไม่กล้ารับคำ ไม่ใช่เพราะนางคิดว่าหนีจื่อไม่ดี แต่เรื่องแต่งงานนั้นเป็นเรื่องพูดยากอย่างแม่โจวที่มีชื่อเสียงไม่ค่อยดีอยู่แล้วในหมู่บ้านชิงสือ ไม่ใช่ว่าแม่โจวไปยุ่งกับใครหรอก แต่แม่โจวนั้นคลอดบุตรสาวติดกันเป็นพวง แถมบุตรสาวคนโตยังมีดวงกินสามีอีกต่างหากคนในหมู่บ้านก็งมงาย เรื่องแบบนี้จึงง่ายต่อการที่คนจะคิดกันไปว่าบุตรสาวตระกูลโจวล้วนอับโชคบ้านไหนแต่งภรรยาแล้วไม่อยากมีลูกชายบ้าง ต่อให้ไม่ติดเรื่องอายุของหนีจื่อ แต่ก็ติดที่หนีจื่อจะมีลูกชายได้หรือไม