ะอื้น ในที่สุดก็ได้สติกลับมา
เมื่อครู่นี้นางคงจะเสียขวัญเพราะจางต้าหู บวกกับเสียดายอาหารพวกนั้น จึงสติหลุดไป
จางชุนเถาก็ปาดน้ำตา
จางซิ่วเอ๋อคิดไปคิดมา ก่อนเอ่ยขึ้นเสียงนุ่ม “ท่านแม่ พรุ่งนี้เรากลับไปเยี่ยมท่านตากับท่านยายกัน! ส่วนพ่อข้า แม่ไม่ต้องสนใจหรอก อย่างไรเสียถึงแม่ไม่กลับไปพ่อก็ไม่อดตายหรอก!”
แม่โจวกลับมีสีหน้าลำบากใจ จางซิ่วเอ๋อจึงนึกว่าแม่โจวกลัวแม่เฒ่าจาง
“แม่ไม่ต้องกลัวย่า ครั้งนี้พวกเราไม่ผิด ทำไมต้องยอมรับผิดด้วย? อีกอย่าง แม่จะกลับบ้านตัวเองแท้ ๆ พวกเขาจะไม่ให้หรืออย่างไร?” จางซิ่วเอ๋อบอกเสียงอ่อนโยน
ชุนเถาที่อยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น “พี่….ที่ท่านแม่ไม่อยากไปบ้านยายไม่ใช่เพราะคนอื่น แต่เพราะท่านป้าใหญ่”
พูดมาถึงตรงนี้ ชุนเถาชะงัก พูดด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง “ช่วงที่พี่แต่งงาน แม่บอกว่าจะกลับบ้านท่านยาย แต่ยังไม่ทันได้เข้าหมู่บ้านก็เจอท่านป้าใหญ่ก่อน ท่านป้าใหญ่บอกจะหางานให้แม่ทำ ท่านแม่ก็ไป! ที่น่าโมโหที่สุดคือเงินที่ได้มาท่านแม่ไม่ทันได้เห็นด้วยซ้ำ! นับดูแล้ว ท่านแม่เราไม่ได้กลับบ้านตั้ง 5 ปี! ถ้าไม่เอาของฝากกลับไปด้วย คนอย่างท่านป้าใหญ่ไม่ให้ท่านแม่เข้าบ้านแน่ ๆ”
จางซิ่วเอ๋อไตร่ตรอง คลำหยิบถุงเงินออกจากใต้หมอน และล้วงตำลึงกำนึงออกมา นับดูแล้วประมาณ 5 ตำลึงเงิน
แม่โจวมองตำลึงเงินในมือตัวเองด้วยความทึ่ง นางไม่เคยได้จับตำลึงมากขนาดนี้มาก่อน จนมือนางถึงกับสั่นเล็กน้อย
“ซิ่วเอ๋อ