บทที่ 72 จดจำบุญคุณ
จ้าวเอ้อร์หลางพยักหน้าอย่างจริงจัง “ท่านพ่อ ข้ารู้แล้วขอรับ”
บัณฑิตจ้าวมองลูกชายตัวเองอย่างพึงพอใจ พวกเขายากจนไปหน่อยก็จริง แต่เขาก็คิดว่าจ้าวเอ้อร์หลางคือความภูมิใจของตัวเอง ลูกชายผู้อื่นมีใครที่รู้เรื่องและมีมารยาทเท่าจ้าวเอ้อร์หลางบ้าง?
ตอนนี้ชีวิตของพวกเขานั้นอัตคัดขัดสน แต่ก็ใช่ว่าไม่มีความหวังเลย
เขาเป็นบัณฑิต ถึงจะไม่มีเงินส่งเอ้อร์หลางไปโรงเรียน แต่ก็สอนสิ่งที่ตัวเองรู้ให้เอ้อร์หลางได้
ไม่มีพู่กันกับกระดาษ แต่ก็เขียนหนังสือบนพื้นได้!
รอให้จ้าวเอ้อร์หลางอายุถึงเกณฑ์ อาจจะสอบบรรจุเข้าเป็นบัณฑิตก็ได้ เขาไม่ขอให้เอ้อร์หลางเป็นข้าหลวงตำแหน่งสูงอะไรมากมาย เป็นแค่อาจารย์สอนหนังสือธรรมดาชีวิตก็คงไม่ลำบากมาก
ที่จริงเมื่อก่อนบัณฑิตจ้าวก็เป็นอาจารย์สอนหนังสือ แต่ตั้งแต่เขาป่วยก็ไปโรงเรียนไม่ได้อีก
ใคร ๆ ก็หวาดกลัวว่าจะติดโรคร้ายจากบัณฑิตจ้าว บัณฑิตจ้าวจึงหมดหนทางทำมาหากินด้วยเหตุนี้ เขาเป็นพวกเรียนหนังสือ กลับมาอยู่บ้านต่อให้ไม่ป่วยก็ทำงานใช้แรงไม่ได้ ไม่มีภรรยาคอยดูแลบ้านให้ จะมีชีวิตที่ดีได้อย่างไรกัน
ตอนนี้ความหวังเดียวของเขาก็คือให้จ้าวเอ้อร์หลางโตไว ๆ และมีทางออกที่ดีในอนาคต
ตอนที่จางซิ่วเอ๋อกลับไปถึง จางชุนเถาก็รออยู่อย่างกระวนกระวาย
จางซิ่วเอ๋อต้มข้าวต้มผสมข้าวโพดเข้มข้นอย่างชำนาญ และเรียกจางชุนเถามากินข้าว ก่อนจะตักใส่กระปุกไปครึ่งกระปุกและออกจากบ้าน
ไม่นาน