นอดสบถคำหยาบออกมาไม่ได้ โคตรพ่อโคตรแม่เจ็บเลยโว้ย!
จางซิ่วเอ๋อใช้ทั้งมือทั้งเท้าในการคลานขึ้นมา อิฐที่เคยระเกะระกะถูกเก็บไปหมดแล้ว แม้แต่เศษใบไม้ก็ถูกกวาดออกไปหมด หลุมบนพื้นนางก็ถมจนเต็มแล้ว
นางเข้าออกตรงนี้ทุกวันนับครั้งไม่ถ้วน ต่อให้หลับตาเดินก็ไม่ล้ม
แล้วเมื่อครู่นี้ที่นางสะดุดคืออะไรกัน?
จางซิ่วเอ๋อก้มหน้ามอง พลางเอามือไปลูบ
ของนั่นส่งเสียงร้องด้วย จางซิ่วเอ๋อตะลึงตัวแข็งทื่อ นี่ ๆๆๆ……
นี่ ๆๆๆ….มันคนเป็น ๆ เลยนี่นา! จางซิ่วเอ๋อตกใจจนสะดุ้ง รีบยืนตัวตรงและวิ่งเข้าไปในบ้าน
รอจนถึงบ้านแล้ว นางก็หายใจฟืดฟาด
จางชุนเถาเห็นจางซิ่วเอ๋อมีท่าทางลนลาน ก็นึกว่านางร้อนใจเพราะต้องรีบกลับมาหลบฝน จึงเอ่ยขึ้น “พี่ รีบถอดชุดเปียก ๆ นี่ออกเร็ว”
จางซิ่วเอ๋อได้สติกลับมา แม้จะยังตะลึงอยู่นิดหน่อย
จู่ ๆ ก็เห็นว่ามีคนล้มหน้าบ้านตัวเองแบบนี้เป็นใครก็ต้องตกใจเหมือนกันแหละ อีกอย่างบ้านนี้ยังเป็นบ้านผีสิงที่อยู่ห่างไกลผู้คน นางคิดไม่ถึงเลยว่าเย็นป่านนี้แล้ว ยังมีคนอื่นนอกจากพวกนางสองพี่น้องอยู่ในป่านี้ด้วย
ตอนแรกจางซิ่วเอ๋อจะทำเป็นไม่เห็นคน ๆ นี้ แต่ในเมื่อเห็นแล้ว จะทำเฉยได้อย่างไร?
นางอดคิดในใจไม่ได้ เมื่อกี้ตอนเห็นคน ๆ นั้น สภาพเขาก็ไม่ค่อยดีเท่าไร ไม่อย่างนั้นคงไม่นอนอยู่กลางฝน
ถ้าคน ๆ นี้ตายอยู่หน้าบ้านตัวเองจะทำอย่างไร?
ถึงตอนนั้นตัวเองจะทำลายศพทิ้งหรือต้องแจ้งทางการ?
ทำลายศพทิ้งเหรอ? โลกนี้ไม่มีกำแ