ึงมา หากมีเรื่องอะไรให้ช่วยต้องให้ผลประโยชน์กับพวกนางไม่น้อยแน่
พอคิดได้แบบนี้ แม่เฒ่าซ่งก็ลอบยกยิ้มและเอ่ยขึ้น “เจ้าเข้ามาสิ ประตูไม่ได้ลงกลอน!”
จางซิ่วเอ๋อรับคำและเดินเข้ามายิ้ม ๆ
หลานฮวามองจางซิ่วเอ๋อโดยไม่พูดอะไรและเดินเข้าไปในบ้าน ไม่นานนักก็ยกน้ำมาถ้วยหนึ่ง ยื่นให้จางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อจึงเข้าใจว่าพวกนางไม่อยากให้ตัวเองเข้าบ้าน มีอะไรก็คุยกันในลานบ้านให้จบ
นี่เป็นสิ่งที่แม่เฒ่าซ่งสั่งไว้ว่าห้ามให้จางซิ่วเอ๋อเข้าบ้านเพราะอาจจะเรียกผีมาได้ หรือตัวซวยนี่อาจจะทำลายฮวงจุ้ยบ้านตัวเอง ถ้าเป็นแบบนั้นต้องแย่แน่
จางซิ่วเอ๋อก็ไม่โกรธ ราวกับมองสิ่งที่แม่เฒ่าซ่งคิดไม่ออก และพูดออกมาตรง ๆ “ที่ข้ามาครั้งนี้มีอยู่สองเรื่อง”
แม่เฒ่าซ่งถาม “ให้ข้าไปตามปู่รองของเจ้าไหม ”
จางซิ่วเอ๋อเอ่ยยิ้ม ๆ “ที่จริงข้าแค่อยากจะยืมบันไดบ้านท่านน่ะเจ้าค่ะ ถ้าท่านตัดสินใจให้ยืมได้เลยคงดีไม่น้อย”
ก็แค่บันได ทำไมแม่เฒ่าซ่งจะตัดสินใจเองไม่ได้
แต่พอได้ยินจางซิ่วเอ๋อพูดแบบนี้ สีหน้าแม่เฒ่าซ่งก็เคร่งเครียดขึ้นนิดหน่อย นางไม่อยากให้ใครยืมของของตัวเองง่าย ๆ
แม่เฒ่าซ่งจึงเอ่ยขึ้น “เรื่องนี้ข้าตัดสินใจเองไม่ได้ ต้องไปถามเจ้าบ้านน่ะ”
จางซิ่วเอ๋อจึงหยิบดอกไม้ผ้าออกจากอกเสื้อตัวเองด้วยรอยยิ้ม และยื่นให้แม่เฒ่าซ่ง “จะใช้ของบ้านท่านเฉย ๆ ก็คงไม่เหมาะ วันนี้ข้าซื้อของจุกจิกมาจากในตัวเมืองมา พวกท่านลองดูสิ….”
จางซิ่วเอ๋อไม่ได้บ