ยสิ!”
สวี่อวิ๋นซานหันไปมองทางอื่น มาถึงตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าตัวเองผิดต่อจางซิ่วเอ๋อนัก
เขาคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าแม่กับน้องสาวของตนจะทำเรื่องแบบนี้ได้!
“อวิ๋นซาน! ข้าเป็นแม่แท้ ๆ ของเจ้านะ นี่เจ้าจะมองหญิงชั่วนี่ส่งตัวข้าไปคุกรึ?” แม่หลินพูดเสียงเศร้า
“ในเมื่อท่านเอาแต่พูดว่าข้าเป็นหญิงชั่ว งั้นข้าก็ไม่มีเหตุผลจะปล่อยท่านไป!” จางซิ่วเอ๋อเอ่ย
แม่หลินหุบปากเงียบทันที นางก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้น รู้ว่าตอนนี้ตัวเองผิด จึงได้แต่อยู่นิ่ง ๆ
ในที่สุดสวี่อวิ๋นซานก็เดินเข้ามา เอ่ยขึ้นด้วยความลำบากใจ “ซิ่วเอ๋อ เจ้าว่าพอจะ…..”
จางซิ่วเอ๋อเห็นสวี่อวิ๋นซานเข้ามาขอร้อง จึงถอนหายใจเบา ๆ
อย่างไรเสียนางก็ติดค้างสวี่อวิ๋นซาน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร่างที่ติด หรือยารักษาแผลที่นางใช้หลังจากนั้น นางก็ติดหนี้บุญคุณสวี่อวิ๋นซาน
แต่เวลานี้ จะให้นางปล่อยแม่หลินไปก็เป็นไปไม่ได้!
จางซิ่วเอ๋อจึงเอ่ยเสียงเรียบ “พี่สวี่ นี่เป็นเรื่องระหว่างข้ากับมารดาท่าน ท่านอย่ายุ่งจะดีกว่า”
หลีฮวามองผู้ใหญ่บ้านอย่างนึกหวั่นเกรงพร้อมเอ่ยขึ้น “ท่านผู้ใหญ่บ้านเจ้าคะ ตอนนั้นพวกเราก็แค่พลั้งมือ ท่านอย่าส่งพวกเราไปให้ทางการนะเจ้าคะ มันจะไม่ดีกับหมู่บ้านเราด้วย”
ผู้ใหญ่บ้านซ่งหรี่ตามองหลีฮวา
หลีฮวารู้สึกทันทีว่าสิ่งที่ตัวเองแอบคิดโดนผู้ใหญ่บ้านซ่งมองออก จึงก้มหน้าไม่พูดอะไรอีก
ถึงแม้ผู้ใหญ่บ้านซ่งจะไม่ชอบที่หลีฮวาเอาเรื่องหมู่บ้านมาขู่เขา แต่สิ่ง