็แซ่สวี่! ไม่ใช่ว่าสุดท้ายพวกท่านแม่ลูกก็ทำให้เรื่องนี้ผ่านเลยไปโดยไม่รับผิดชอบใด ๆ !”
สวี่อวิ๋นซานมองจางซิ่วเอ๋อตาโตด้วยความเหลือเชื่อ
ซิ่วเอ๋อสมัยก่อนเวลาเจอตนมักจะพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน ท่าทางหรือก็ใสซื่อ นางกลายเป็นสตรีแข็งกร้าวขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร?
นางคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้ได้อย่างไร?
จางซิ่วเอ๋อรู้ตัวว่าติดหนี้บุญคุณสวี่อวิ๋นซาน แต่เวลานี้นางไม่ยอมใจอ่อนหรอก
หนึ่งคือความบาดหมางระหว่างนางกับแม่หลินต้องจบ
สองคือการทำแบบนี้กับสวี่อวิ๋นซานไม่ใช่เพราะนางวู่วาม นางไม่มีทางคบกับสวี่อวิ๋นซานอยู่แล้ว ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วจะให้ความหวังสวี่อวิ๋นซานทำไม?
หากนางเย็นชากับสวี่อวิ๋นซานหน่อยย่อมเป็นการดีกับทุกฝ่าย
สายตาสวี่อวิ๋นซานเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ซิ่วเอ๋อ…..เจ้าอย่าทำแบบนี้ได้ไหม? นางเป็นแม่ข้า…..”
“ข้ารู้ว่านางเป็นแม่ท่าน แต่นางไม่ใช่แม่ข้า! ทำไมข้าต้องยอมอดทนเพราะโดนรังแกด้วย?” จางซิ่วเอ๋อมองแม่หลินด้วยสายตาเย็นชา
แม่หลินมองสวี่อวิ๋นซาน พูดอย่างนึกโมโหที่ลูกตัวเองไม่ฉลาด “อวิ๋นซาน! เจ้าดูสิ นี่แหละโฉมหน้าที่แท้จริงของนาง! นางกล้าทำแบบนี้กับข้า! ถ้าได้แต่งเข้าบ้านจริง ๆ ไม่ต้องพูดเรื่องที่ดวงกินผัวของนางจะทำให้ใครในบ้านเราตายไหม เอาแค่บ้านเรา คงไม่มีวันสงบอีก!”
จางซิ่วเอ๋อได้ยินก็แค่นเสียงเย็น “ต่อให้ข้าจางซิ่วเอ๋อต้องเป็นแม่ม่ายตลอดชีวิต ก็ไม่แต่งเข้าบ้านตระกูลสวี่ของพวกท่านหรอก