สนอะไรทั้งสิ้นในตอนนี้เองจางซิ่วเอ๋อก็ร้องออกมาทันที “อาเล็ก ท่านอย่าตีข้า! ข้าผิดไปแล้ว ท่านอย่าตีข้าเลย!”จางอวี่หมินผงะ ไม่รู้ว่าทำไมจางซิ่วเอ๋อที่เมื่อครู่นี้ยังกวนประสาทตัวเองอยู่จู่ ๆ ก็มีท่าทางเปลี่ยนไปในตอนนั้นเองก็มีคนแบกจอบสองคนเดินผ่านพวกนาง พลางมองจางอวี่หมินอย่างมีความหมายจางอวี่หมินถึงบางอ้อในทันที นางเอ่ยเสียงเย็น “เจ้าหลอกลวงข้า!”“หากเจ้าไม่กลัวขายหน้า ก็มาตบข้าแรง ๆ เลย!” จางซิ่วเอ๋อเอ่ยเสียงแผ่วจางอวี่หมินโมโหจนสีหน้าเป็นสีเดียวกับตับหมู แค้นเสียจนอยากจะพุ่งเข้าไปบดขยี้จางซิ่วเอ๋อให้แหลกเป็นมันฝรั่งบดแต่เมื่อนึกถึงชื่อเสียงตัวเอง สุดท้ายจางอวี่หมินจึงได้อดทนไว้ กระทืบเท้าและมองแม่เฒ่าจาง “ท่านแม่ จางซิ่วเอ๋อรังแกข้า!”“เหลียนชุ่ย เจ้าเข้าไปจับตัวนังนี่ไว้ วันนี้ข้าจะต้องสั่งสอนนังคนที่ไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่ให้ได้!” แม่เฒ่าจางสั่งเหลียนชุ่ยก็คือชื่อของแม่เถาแม่เถาอายุมากกว่าแม่โจวนิดหน่อย แต่ยังไม่ถึงสี่สิบ โหนกแก้มโปนเล็กน้อย หน้าตอบ ท่าทางฉลาดและก๋ากั๋น………………………………………………
วันนี้จางซิ่วเอ๋อไม่ได้ซื้ออะไรเลยนอกจากเครื่องในหมู จึงไม่ต้องคอยหลบคนอื่น นางลงจากเกวียนอย่างสง่าผ่าเผย
นางกวาดสายตาไปรอบ ๆ เมื่อไม่เห็นแม่เฒ่าจางจึงอารมณ์ดีขึ้น
ไม่กลัวนาง ไม่ได้แปลว่าไม่เกลียดนาง
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกดีใจนักที่ตนเองยังหลีกเลี่ยงการเจอแม่เฒ่าจางได้
แต่ไม่นานนักหลังจากเห็นคนที่เดินเข้