แบบนี้ให้รอดให้ได้ก่อน
แต่ตอนขากลับ จางซิ่วเอ๋อรู้ว่าตัวเองต้องหารถจ้างแล้วแน่ ๆ ของที่เธอจะซื้อมีเยอะมาก ถือเองก็ไม่หมด แค่กระทะอันเดียวนางก็แบกกลับไม่ได้แล้ว
กระทะในตอนนี้เป็นกระทะเหล็กอย่างหนา แถมชิ้นใหญ่ ไม่มีกระทะเบา ๆ เล็ก ๆ แบบยุคปัจจุบัน
ตอนมาถึงแคว้น จางซิ่วเอ๋อก็เห็นพวกลากรถ คนพวกนี้รับจ้างอยู่แถวนี้เป็นประจำ ส่วนเรื่องราคาก็ถือว่ายุติธรรมอยู่
พอต่อรองราคากันได้ คนลากรถขากะเผลกคนหนึ่งก็รับปากจางซิ่วเอ๋อว่าตอนตะวันตกดินสามารถไปส่งนางไปหมู่บ้านชิงสือได้ โดยคิดทั้งหมด 15 เหรียญ
จางซิ่วเอ๋อจองรถลากเสร็จก็ไปซื้อของที่ต้องการ
ตอนนี้ปัญหาแรกที่ต้องแก้คือเรื่องผ้าห่ม
เมื่อมาถึงร้านผ้า จางซิ่วเอ๋อก็มองผ้าสวย ๆ มากมายแล้วก็พวกของสำเร็จรูปจน ตาลายไปหมด
เจ้าของร้านเป็นผู้หญิง สวมชุดผ้าแพรสีฟ้าอร่าม รูปร่างค่อนข้างท้วม แค่มองก็รู้ว่าอยู่ดีกินดี
นางขมวดคิ้วมองจางซิ่วเอ๋อโดยมีสีหน้ารังเกียจนิดหน่อย นางมองจางซิ่วเอ๋อพลางเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าอยากจะซื้ออะไรก็บอกข้า อย่าใช้มือจับนะ ถ้าทำผ้าข้าสกปรกของจะเสียราคาเอา”
คำที่เจ้าของร้านพูดออกจะแสลงหูอยู่บ้าง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าดูถูกจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋ออยากจะหันหลังแล้วเดินออกไปเลย แต่พอคิดถึงท่าทีของร้านต่อไป บางทีอาจจะไม่ได้ดีไปกว่านี้เช่นกัน แถมเวลาของนางมีจำกัด จึงได้แต่อดทนอดกลั้นไว้
“เจ้ามีผ้าห่มสำเร็จรูปหรือเปล่า? มีผ้าห่มถูก ๆ ขายไหม?” จางซิ