่วเอ๋อบอกจุดประสงค์ตัวเอง
“ผ้าห่มน่ะมี ที่ถูกสุดก็ต้องเป็นแบบบาง ทำจากฝ้ายเก่า ผ้าห่มผืนนึง 300 เหรียญ” เจ้าของร้านแนะนำ
จางซิ่วเอ๋อได้ยินแล้วก็ต้องอ้าปากทันที ทำไมผ้าห่มนี่แพงจัง
เหรียญนึงน่ะซื้อหมั่นโถวใหญ่ ๆ ได้ 2 ลูกเลยนะ ซื้อของได้เท่ากับ 1 หยวนในยุคปัจจุบันเลยล่ะ แต่ผ้าห่มที่ถูกที่สุดกลับต้องใช้ตั้ง 300 เหรียญ
แต่เพียงแค่พริบตาเดียว จางซิ่วเอ๋อก็คิดตก สมัยโบราณไม่มีเครื่องทอผ้า ไม่มีเครื่องผลิตฝ้าย ทุกอย่างล้วนเป็นงานฝีมือทั้งสิ้น
เอาแค่เรื่องทอผ้าก็เป็นงานที่กินเวลามากโขแล้ว
จางซิ่วเอ๋อมองผ้าห่มผืนที่ทำจากผ้าลินิน มันหยาบกระด้างมาก และเป็นชั้นเดียวบาง ๆ แต่ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อไม่มีตัวเลือกมาก
นางขมวดคิ้วมองผ้าห่ม และเอ่ยขึ้น “ลดหน่อยได้ไหม?”
เมื่อเจ้าของร้านเห็นว่าจางซิ่วเอ๋อจะซื้อของจริง ๆ ถึงแม้นางจะดูถูกจางซิ่วเอ๋อ แต่ท่าทีก็ดูเป็นมิตรขึ้นไม่น้อย “แม่หนู ข้าว่าเจ้าก็เป็นคนซื่อ ๆ ข้าไม่ได้บอกราคาสูงเลยน เจ้าออกไปถามใครก็ได้ ผ้าห่มข้าน่ะขายถูกที่สุดแล้ว”
ที่เจ้าของร้านพูดก็เป็นเรื่องจริง นางเห็นการแต่งตัวของจางซิ่วเอ๋อก็รู้ว่าจางซิ่วเอ๋อไม่ได้รำ่รวย จึงไม่ได้ฟันราคา เพราะกลัวว่านางจะตกใจหนีไป
จางซิ่วเอ๋อมองผ้าห่มที่หนาขึ้นหน่อยพลางเอ่ยถาม “ผ้าห่มผืนนี้ล่ะ?”
“ 500 เหรียญ” เจ้าของร้านตอบอย่างไม่ใส่ใจ
จางซิ่วเอ๋อถอนหายใจ ความทุกข์ใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง “ถ้าข้าบอกว่าจะซื้อทั้งส