องผืน แล้วซื้อผ้าเพิ่มอีก เจ้าลดให้หน่อยได้ไหม?”
“งั้นเจ้าไปดูผ้าก่อน เลือกได้แล้วเราค่อยคุยกัน” พอเจ้าของร้านเห็นว่าจางซิ่วเอ๋อจะซื้อของจริง ๆ รอยยิ้มบนใบหน้านางก็กว้างขึ้นอีก
ถึงแม้ยัยหนูนี่จะดูจน ของที่ซื้อก็ราคาถูก แต่ถ้าซื้อเยอะนางก็พอได้กำไรอยู่
“ผ้าก็เอาแบบที่ถูกที่สุดใช่ไหม?” เจ้าของร้านถาม
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า
เจ้าของร้านหยิบผ้าดิบสองแบบให้จางซิ่วเอ๋อดู สีน้ำเงินแบบนึง สีเหลืองแบบนึง ดูก็รู้ว่าหยาบกระด้างมาก แต่ยังดีที่การย้อมสีของสมัยโบราณถือว่าธรรมชาติอยู่ บนผ้านี่จึงไม่มีกลิ่นเคมีแสบจมูกเลย
“อ้อ จริงสิ ข้ามีผ้าฝ้ายอยู่ แต่ผ้าฝ้ายพวกนี้ชื้น ตอนเก็บในคลังก็ไปโดนน้ำที่หยดจากไม้ จึงมีวงน้ำสีเหลือง ดูแล้วไม่สวยเท่าไหร่…” เจ้าของร้านเหมือนนึกอะไรขึ้นได้จึงเอ่ยขึ้น
จางซิ่วเอ๋อตาเป็นประกายทันทีเมื่อได้ยิน “ขอข้าดูหน่อย”
จางซิ่วเอ๋อเห็นผ้าสีขาวจำนวนหนึ่ง บนนั้นมีรอยวงน้ำอยู่จริง ๆ เนื่องจากไม่ได้เปื้อนน้ำธรรมดา จึงล้างไม่ออก แต่ล้างไม่ออกก็ไม่มีผลกระทบกับคุณภาพของผ้า มันแค่ไม่สวยเท่านั้น
“ถ้าเจ้าอยากได้ งั้นผ้าพวกนี้ 1 หมี่[1] ข้าคิดแพงกว่าผ้าดิบแค่ 2 เหรียญพอ ปกติแพงกว่าเท่านึงเลยนะ” เจ้าของร้านบอกยิ้ม ๆ
ผ้านี่นางขายยากอยู่ ต่อให้เป็นบ้านคนจนทั่วไปก็รักสะอาด มีไม่มากนักที่จะซื้อผ้าแบบนี้
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อมีปัญหาแม้แต่การใช้ชีวิต และไม่มีคนไปหาพวกนางที่บ้านผีสิงด้วย นางย่อมไม่คิด