ต้อยคู่นี้ไม่มีที่ยืนอะไรในบ้านหลังนี้จริง ๆ
คนที่อยู่กับพวกเขายังมีอาสาวจางอวี่หมิน แต่นางเองก็ถึงวัยที่จะออกเรือนแล้วเช่นกัน คงกลัวว่าจะถูกลูกหลงความซวยไปด้วย ดังนั้นจึงไม่มีทางมาเยี่ยมจางซิ่วเอ๋อหรอก
จะว่าไปแล้ว อาสามจางต้าเหอก็อาศัยอยู่กับพวกเขา ทว่านับตั้งแต่ที่เกิดเรื่องกับจางซิ่วเอ๋อ พวกเขาก็เดินอ้อมห้องเล็กนี่
คงกลัวว่าจะซวยไปด้วย พวกเขาจึงยังไม่ได้มาหาเรื่องจางซิ่วเอ๋อ
เวลา 7 วันนับว่าผ่านไปไม่นาน ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อทำอะไรได้อย่างอิสระแล้ว
หญิงสาวเปลี่ยนมาใส่ชุดที่มีรอยปะเต็มไปหมด มันให้ความรู้สึกสบายตัวขึ้นไม่น้อย บาดแผลบนอกยังเจ็บอยู่บ้างและระคายคันอย่างออกจะทรมานอยู่ แต่จางซิ่วเอ๋อก็รู้ว่าตัวเองนั้นไม่มีอันตรายถึงชีวิตแล้ว
นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เธอได้พิจารณาบ้านตระกูลจางจริง ๆ ตั้งแต่รั้วบ้านไม้ที่ต้องฝนจนกลายเป็นสีเทาคล้ำและเฉไปเฉมา หากโดนพายุโหมใส่คงพังครืนแน่ ๆ
นอกจากห้องเล็กแล้วก็มีห้องทั้งหมด 3 ห้อง กำแพงบ้านที่สร้างด้วยดิน และหลังคาที่สร้างจากหญ้าแห้งเรียงอัดอยู่ด้านบน
ในลานบ้านเลี้ยงหมูไว้ตัวหนึ่ง ซึ่งขณะนี้มันกำลังร้องอยู่
“จางชุนเถา นังชั้นต่ำ ยังไม่รีบไปเอารำอีก มัวแต่เฝ้าพี่สาวตัวซวยของแกทำไม” พอแม่เฒ่าจางเห็นจางชุนเถายังป้วนเปี้ยนอยู่รอบ ๆ จางซิ่วเอ๋อ นางก็ด่าอย่างไม่พอใจ
จางซิ่วเอ๋อจึงเอ่ยขึ้น “ท่านย่า ข้าก็จะไปเอารำด้วยเจ้าค่ะ”