บทที่ 1 ออกเรือน
ช่วงปลายเดือนสี่เข้าปลายเดือนห้าเป็นช่วงผลัดเปลี่ยนจากวสันตฤดูสู่คิมหันต์ ขณะนั้นสรรพสิ่งกลับมามีชีวิตชีวา ต้นหญ้าแลป่าดงพงไพรก็เริ่มเขียวขจี
หมู่บ้านชิงสือเป็นหมู่บ้านที่มีภูเขาอยู่ด้านหลัง คนในหมู่บ้านมีไม่มาก ชีวิตความเป็นอยู่หรือก็ค่อนข้างขัดสน โชคดีที่มีภูเขาพอประทานอาหารให้พอมีพอกิน ไม่ถึงขั้นอดตาย
หลังจากที่ฝนตกลงมา กลิ่นดินก็ลอยอวลอยู่ในอากาศ ให้ความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส
วันนี้คนในหมู่บ้านไม่ได้ปลูกพืชหรือขึ้นเขาไปขุดหาผัก เรื่องนี้ช่างหาดูยากนัก คนทั้งหมดกลับไปที่บ้านหลังหนึ่งตรงกลางหมู่บ้านแทน
บ้านนั้นคือบ้านตระกูลจาง ซึ่งวันนี้ จางซิ่วเอ๋อ บุตรีคนโตแห่งตระกูลจางกำลังออกเรือน
คนในละแวกเดียวกันต่างแต่งกายดีอย่างหาดูได้ยาก ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่มีรอยปะบนเสื้อ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นคนมีครอบครัว
มากินข้าวทั้งทีอย่างน้อย ๆ ก็ต้องให้เหรียญทองแดง 10 กว่าเหรียญเป็นค่าจัดงาน จำนวนนั่นซื้อเนื้อหมูมาได้ตั้งชั่งหนึ่งเชียวนะ ถ้าไม่กินให้พอจะคุ้มค่างานได้อย่างไร
ในขณะเดียวกัน จางซิ่วเอ๋อที่นั่งเฉาอยู่ในห้องมืดสลัวก็มีนัยน์ตาแดงเล็กน้อย
เพดานห้องเริ่มมีสีคล้ำเผยซึ่งร่องรอยถูกแมลงขบกัด บนกำแพงหรือก็เต็มไปด้วยตะไคร่ ส่วนใต้เท้าก็มีน้ำเจิ่งนองอยู่เต็มพื้น เป็นน้ำขังค้างจากหลังคาที่รั่วซึมเพราะฝนตกเมื่อคืน
ชุดวิวาห์สีแดงสดของจางซิ่วเอ๋อช่างไม่เข้ากับ