เสี่ยวเสวียนฉีสายตาเย็นชาขึ้นทันที “มีเรื่องอะไร?”เขารู้อยู่แล้ว รู้ว่าเธอมีเรื่องปิดบังเขา!เขารู้อยู่แล้ว!เสินจั้นถอนหายใจ มาถึงเวลานี้แล้ว เขาก็ไม่ปิดบังอีกต่อไป จึงเล่าความจริงเกี่ยวกับร่างกายของเสินจื่ออี้ให้เสี่ยวเสวียนฉีฟังอย่างละเอียด“…นี่คือเหตุผลที่น้องสาวหลบหน้าคุณมาตลอด หลีกเลี่ยงคุณ ถึงขั้นทะเลาะกับคุณหลายครั้ง และย้ายออกจากตำหนักบูรพาด้วยตัวเอง”“เธอรู้ว่าตัวเองเหลือเวลาไม่มาก นอกจากไม่อยากให้คุณเห็นใบหน้าที่เหี่ยวโรยของเธอในวาระสุดท้าย ผมรู้ว่ายังเป็นเพราะเธอไม่กล้าบอกคุณ เธอ…กลัวมากกลัวจริงๆ”เสี่ยวเสวียนฉีที่ได้รู้ความจริง ราวกับชาไปทั้งตัวในทันทีเขามองไปรอบๆ ห้องโถงในตำหนักบูรพาที่เงียบราวกับความตาย ม่านตาเขาหดเล็กลง เส้นเลือดในดวงตาปูดโปนขึ้นในความเร็วที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า!ร่างกายเริ่มสั่นเทาทีละน้อย!เสี่ยวเสวียนฉีหัวเราะขึ้นมาทันที“เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง เธอยังสบายดี จะเป็นไปได้ยังไงที่จะเหลือเวลาแค่นั้น!”เสี่ยวเสวียนฉีดวงตาค่อยๆ แดงก่ำ จู่ๆ ก็หันไปมองหมอหลวงหลินผู้เฒ่าที่อยู่ข้างๆ ก้าวเข้าไปคว้าปกเสื้อเขา “เธอใช้ให้ท่านพูดแบบนี้ใช่ไหม ใช่รึเปล่า!”เขาหัวเราะบ้าคลั่งเป็นระลอก!“เธอเป็นแบบนี้ตลอด คิดหาวิธีอยากจะจากข้าไป! ครั้งนี้ก็เช่นกัน เพื่อจะจากข้าไปถึงกับแต่งเรื่องโกหกแบบนี้! ข้าไม่เชื่อหรอก!”เมื่อเห็นเสี่ยวเสวียนฉีที่กำลังคลุ้มคลั่งขึ้นเรื่อยๆ คนรอบข้างต่างเข้าไป