ณ ตำหนักด้านข้าง เสินจื่ออี้กำลังป้อนยาให้กับเสินจั้น พลางก้มหน้าครุ่นคิดถึงเรื่องต่าง ๆเพราะความเหม่อลอยเกินไปเสินจื่ออี้ไม่ทันสังเกตว่ายาทั้งหมดหกลงบนผ้าปูที่นอนของเสินจั้นจนกระทั่งเขาไอออกมาเบา ๆ เธอถึงได้สติกลับมา“ขอโทษค่ะพี่ชาย หนูไม่ได้ตั้งใจ”เสินจื่ออี้รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำยาที่เปื้อนบนตัวเสินจั้นเสินจั้นห้ามมือเธอไว้ ดวงตาเย็นชาจ้องมองเธอ “เกิดอะไรขึ้น”เสินจื่ออี้ชักมือกลับ ส่ายหน้าพลางตอบ “ไม่มีอะไรค่ะ”“หึ!” เสินจั้นหัวเราะเยาะ “เธออาจหลอกเสี่ยวเสวียนฉีได้ แต่หลอกฉันไม่ได้หรอกพูดมาเร็ว!”เสินจื่ออี้ไม่ได้พูดอะไร ราวกับว่ายังลังเลว่าควรจะเปิดปากหรือไม่เสินจั้นเริ่มโมโหแล้ว เขาหัวเราะเสียงกระด้าง “ใช่สิ! ตอนนี้เธอเก่งนักนี่ ถึงขั้นเอาชีวิตเข้าแลก ยังจะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวอีก คงไม่จำเป็นต้องพึ่งฉันแล้วสินะถ้าอย่างนั้น ฉันอยู่ที่นี่ก็ไม่มีความหมายอะไร”เขาเปิดผ้าห่มทำท่าจะลุกออกไปด้วยความโกรธเสินจื่ออี้รีบดึงเขากลับมา “พี่ชาย อย่านะคะ!”“งั้นก็บอกมา! เกิดอะไรขึ้นกันแน่!” เสินจั้นถาม!เสินจื่ออี้มองดวงตาแดงก่ำของเสินจั้นที่จ้องมองเธอ รู้ว่าพี่ชายเป็นห่วงตนเองเธอถอนหายใจเงียบ ๆ“ได้ค่ะ พี่นอนพักก่อน หนูจะค่อย ๆ เล่าให้ฟัง”จากนั้นเธอก็เล่าทุกอย่างให้เสินจั้นฟังอย่างละเอียด ทั้งเรื่องที่รู้จักกับทั่วปาเอี้ยนการขอความช่วยเหลือจากเขา ตลอดจนเหตุการณ์ที่ได้พบกับทั่วปาเอี้ยนใน