กินอาหารเช้าเสร็จ นางบอกว่าตนอยากออกไปเดินเล่นตอนนี้นางเข้าออกตำหนักบูรพาได้อย่างอิสระ และคนในตำหนักบูรพาก็รู้กาลเทศะดี ไม่ได้ไต่ถามจุดหมายของเสินจื่ออี้แน่นอนว่า การเดินเล่นเป็นเพียงข้ออ้าง การสืบเรื่องราวต่างหากที่เป็นเรื่องจริงแต่ว่าเสินจื่ออี้ยังไปไม่ถึงบริเวณวังหนานเฉวี่ย ก็มีนางกำนัลคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน แล้วชนเข้ากับเสินจื่ออี้โดยไม่ทันตั้งตัวหลิวซิงที่อยู่ด้านหลังชี้ไปที่คนนั้น “เดินอย่างไรกัน ไม่เห็นรึว่าตรงนี้มีคนอยู่!”“พี่จื่ออี้ ท่านไม่เป็นอะไรนะ?”นางกำนัลคุกเข่าลงกับพื้น รีบก้มศีรษะขอโทษหลิวซิงเห็นว่านางก็เป็นคนน่าสงสาร ทุกคนต่างก็ใช้ชีวิตอยู่ในวัง หลิวซิงจึงไม่อยากทำให้นางลำบาก จึงกล่าวว่า “คราวหน้าอย่ามาชนกันแบบนี้อีก วันนี้โชคดีที่องค์รัชทายาทไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่งั้นเจ้าก็แย่แน่ ไปเร็วเข้า!”หลิวซิงหันไปถาม “พี่จื่ออี้ ทำไมท่านไม่พูดอะไร ใช่หรือไม่ว่านางกำนัลคนนั้นชนท่านจริงๆ”เสินจื่ออี้มองที่ฝ่ามือของตัวเอง ยิ้มน้อยๆ พลางพูดว่า “ไม่เป็นไร”“หลิวซิง ข้ารู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย พวกเราไปนั่งด้านหน้าเถอะ อ้อ ข้ารู้สึกคอแห้งขึ้นมาจังๆ”หลิวซิงพยักหน้า “ได้ พี่จื่ออี้ บาดแผลที่ไหล่ของท่านยังไม่หายดี ท่านไปนั่งก่อนเถอะ ข้าจะไปหยิบชาและขนมมาให้”หลังจากเสินจื่ออี้นั่งลงแล้ว รอจนหลิวซิงออกไป นางก็หยิบกระดาษที่ถูกสอดเข้ามาในฝ่ามือออกมาคลี่ออกอ่านเนื้อความบนนั้น ดวงตาของน