บไปเดี๋ยวนี้!” ฮ่องเต้ฉงหมิงแกล้งทำหน้าขรึมแล้วพูดเสียงต่ำ พอจะพูดอะไรต่อ สายตาเขาเปลี่ยนไป จู่ๆ ก็นั่งตัวตรง ในสมองมีความคิดที่ไม่เคยมีมาก่อน!หลายปีมานี้ เพราะตอนแรกหมอหลวงก็บอกว่าฮองเฮาคิดถึงโอรสมากเกินไป จึงมีอารมณ์แปรปรวนและพูดจาไร้สาระ ฮ่องเต้ฉงหมิงจึงคิดเสมอว่าเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่นางจินตนาการขึ้นมา!แต่ถ้าในอดีตฮองเฮาไม่ได้เป็นบ้าล่ะ? ไม่ได้พูดจาไร้สาระเพราะเสียใจที่รัชทายาทหายไปล่ะ?แต่เป็นเพราะนางเห็นอะไรบางอย่างล่ะ…จุดนี้ เป็นสิ่งที่ฮ่องเต้ฉงหมิงคิดได้เพราะเสินจื่ออี้ก่อนหน้านี้ในห้องลับ เด็กสาวคนนี้ก่อนจะหมดสติ ได้พูดกับเขาอีกครั้งว่า ‘ฝ่าบาทบางครั้งสิ่งที่เห็นด้วยตาก็ไม่จำเป็นต้องเป็นความจริง…’บางที ฮองเฮาอาจจะเห็นภาพลวงที่มีคนจงใจสร้างขึ้นก็ได้?“ฝ่าบาท? ฝ่าบาท?”ฮ่องเต้ฉงหมิงมีสายตาที่เย็นชาและคมกริบมากขึ้นเรื่อยๆ และกลับมาจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงเรียกเบาๆ ของขันทีโจว“ฝ่าบาท มีเรื่องอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ขันทีโจวอยู่กับฮ่องเต้ฉงหมิงมานาน ย่อมสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของฮ่องเต้ได้ฮ่องเต้ฉงหมิงเปลี่ยนสีหน้ากลับมาสงบเร็วมาก ไม่มีอะไรผิดปกติ“อืม ไม่มีอะไร”ตอนนี้ มีคนมาส่งข่าวเข้ามา “ฝ่าบาท องค์หกุ้ยเฟยเสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ”ดวงตาของฮ่องเต้ฉงหมิงมีเมฆคล้อนผ่าน และพยักหน้า “ให้นางเข้ามา”