ยวเสวียนฉีกำลังคิดอะไร รีบยิ้มและอธิบายว่า “องค์รัชทายาท ฝ่าบาทเป็นห่วงว่าวันนี้เป็นวันอภิเษกของพระองค์อาจมีคนมาก่อเรื่องในวัง จึงให้พวกเราคอยเฝ้าระวังอยู่ที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”เป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผล มีหลักการและมีเหตุผลเยว่เมอ ขมวดคิ้ว อยากจะออกหน้าพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกเสี่ยวเสวียนฉีห้ามไว้เสี่ยวเสวียนฉีมองไปทั่วตำหนักที่ว่างเปล่า ไม่เห็นความผิดปกติใดๆ ยิ้มอย่างลึกซึ้ง “งั้นเป็นข้าเข้าใจผิดไปเอง เยว่เมอ ไป”เขาใช้สายตาเย็นชาสำรวจตำหนักที่มองทะลุได้ด้วยตาเดียวรอบหนึ่ง แล้วพาเยว่เมอออกไปในเวลาเดียวกันนั้น ที่หน้าต่างกระจกในห้องลับ เสินจื่ออี้มองเสี่ยวเสวียนฉีที่กำลังหมุนตัวจากไป ด้วยความกังวลแต่ก็ทำอะไรไม่ได้!เธอกุมบาดแผลที่ไหล่ ค่อยๆ ทรุดตัวลงพิงผนังข้างๆ เธอ สภาพของฮ่องเต้ฉงหมิงก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลยจากเหตุการณ์วันนี้ ฮ่องเต้ฉงหมิงดูเหมือนจะแก่ลงไปอีก เขาพิงผนัง ไออย่างรุนแรง“ชีเอ๋อร์ ไปแล้วสินะ”เสินจื่ออี้ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากซีดเผือดเม้มแน่น พยักหน้าเบาๆฮ่องเต้ฉงหมิงเหยียดยิ้ม “ไปแล้วดี… ไอๆๆ!” คนพวกนี้มาอย่างรุนแรง ฝีมือร้ายกาจ และไม่รู้ว่ายังมีคนคอยหนุนหลังอยู่อีกหรือไม่ หากชีเอ๋อร์บุกมาเพียงลำพัง ก็มีแต่จะเกิดเรื่องเขาหันไปมองเสินจื่ออี้ หรี่ตาแก่ๆ ลง“เด็กสาวตระกูลเสิน ทำไมเจ้าถึงช่วยชีวิตข้า”เสินจื่ออี้ฉีกแขนเสื้อของตัวเอง พันบาดแผล พลางตอบว่า “ฝ่าบาทเป็นฮ่องเต้ย่อมตายไม่ได้