้น!”เธอไม่อยากสนใจเขา เดินตรงไปที่เตียงเมื่อเดินผ่านข้างเสี่ยวเสวียนฉี เธอได้ยินเขากระซิบข้างหูว่า “ข้ายินดี”เสินจื่ออี้ชะงักก้าว ดวงตาสั่นไหวอย่างรุนแรงเธอรู้ดีว่าเขากำลังพูดถึงอะไร แต่เพราะรู้นั่นแหละ เธอจึงเม้มริมฝีปากแน่น ไม่พูดอะไร ทำเหมือนไม่ได้ยิน และเดินตรงไปที่เตียงเว่ยยุนลืมตาขึ้นอย่างช้าๆเว่ยยุนที่เพิ่งกลับมาจากปากเหวแดน เวลานี้ยังคงมึนงงอยู่“คุณ…คุณหนู?”เมื่อเห็นใบหน้าของเสินจื่ออี้ชัดเจน เว่ยยุนก็ตื่นเต้นและพยายามลุกขึ้นนั่งเสินจื่ออี้กดเขาให้นอนลง และห่มผ้าให้อย่างใส่ใจ หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผากให้เขาการกระทำอ่อนโยนเหล่านี้ ทำให้บางคนที่อยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วและใบหน้าค่อยๆ มืดลงเขาทำท่าเหมือนไม่ตั้งใจเข้าไปชนเสินจื่ออี้ออกไป แล้วถาม “คุณชายใหญ่ของบ้านเจ้า อยู่ที่ไหน”“……”เมื่อเห็นเสี่ยวเสวียนฉี ดวงตาของเว่ยยุนก็แดงก่ำ“คุณชายรอง…” นี่เป็นคำที่ทุกคนใช้เรียกเสี่ยวเสวียนฉีตอนที่เขาอยู่ที่ตระกูลเซินแต่เว่ยยุนก็รีบสังเกตเห็นฉลองพระองค์สีดำอันสูงศักดิ์ของเสี่ยวเสวียนฉี และรีบเปลี่ยนคำเรียก “องค์รัชทายาท ขอบพระทัยที่ทรงออกมือช่วยชีวิตข้าด้วยพระองค์เอง”แม้ว่าก่อนหน้านี้ในคุกใต้ดินกรมอาญา เว่ยยุนจะไม่ค่อยมีสติ แต่เขาก็รู้ว่าเสี่ยวเสวียนฉีได้ออกมือช่วยเขาออกมาจากกระทรวงยุติธรรมด้วยตัวเองจุดนี้ทำให้เสินจื่ออี้รู้สึกประหลาดใจ เธอหันไปมองชายหนุ่มข้างๆเธอคิดว่าเขาเพียงส