สี่ยวเสวียนฉีทำเป็นเป็นเลิ่กลั่ก เขายกคิ้ว“เจ้ากำลังพูดอะไร ข้าไม่เข้าใจ”เสินจื่ออี้ขมวดคิ้ว “ท่านจะไม่เข้าใจได้อย่างไร ท่านรู้เรื่องทั้งหมดนี้ดีกว่าใครทั้งนั้น”เสี่ยวเสวียนฉียิ้มมุมปาก “เจ้าควรคิดว่า เมื่อกลับไปคืนนี้ จะเผชิญหน้ากับคำถามของเสี่ยวเย่อย่างไรดี อย่างไรก็ตาม ข้าก็ใจกว้าง อนุญาตให้เจ้าพำนักที่ตำหนักบูรพาสักสองสามวันได้…”“ไม่จำเป็น” เสินจื่ออี้พูดทันที “ขอบคุณองค์รัชทายาทที่ช่วยเหลือวันนี้ แต่องค์ชายงานยุ่ง ต่อไปก็ควรยุ่งน้อยลงกับเรื่องของพวกเราเถิด”นี่คือการตัดความสัมพันธ์กับเขาอีกแล้วเธอบอกว่าเขาบ้า แต่เธอเองก็ชอบพลิกหน้าใส่กันโดยไม่มีความรู้สึกไม่ใช่หรือ?สีหน้าเสี่ยวเสวียนฉีไม่ค่อยดี แต่เขาคิดได้และไม่ได้บังคับเธอ “อืม ข้าจะให้เยว่เมอไปส่งเจ้า”“ไม่….”เธอกำลังจะปฏิเสธ แต่ได้ยินเขาพูดตัดเสียงเย็นๆ“นี่คือคำสั่งของข้า”เสินจื่ออี้กัดริมฝีปาก ไม่ได้ขัดแย้งกับเขาต่อไปหลังจากเยว่เมอพาเธอกลับไป เสินจื่ออี้จึงรู้ว่าเสี่ยวเสวียนฉีไม่เพียงแต่จัดการเรื่องกระทรวงยุติธรรมเรียบร้อย แต่ยังจัดการเรื่องในจวนองค์ชายสี่ด้วย เสี่ยวเถาไม่รู้ว่าเธอหายไปไหนเสี่ยวเสวียนฉีมีความสามารถทำสิ่งเหล่านี้ แต่วันนี้กลับไม่ได้บังคับพาเธอออกจากจวนองค์ชายสี่ ซึ่งนอกเหนือจากสิ่งที่เสินจื่ออี้คาดไว้แต่เขาก็เป็นแบบนี้เสมอ คิดอะไรก็ทำแบบนั้นแล้วอีกอย่าง เขาชวนเธอไปตำหนักบูรพา บางทีอาจจะพูดเล่นๆ ก็ได้วันนั้นท