ปล่อย! ฉันปล่อย!”
เรื่องเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป กลุ่มคนของท่านหวังพลันร้อนรนขึ้นมาทันที
“ยังจะยืนบื้ออยู่ทำไม! รีบปล่อยเชือกสิ”
เสียงนั้นไม่ได้มาจากท่านหวัง แต่มาจากอวี๋ซื่อหาวที่หลบอยู่หลังฝูงชนและคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา เขาเดินออกมาจากหลังฝูงชน ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“ชีวิตของพวกแกก็ถือว่าพี่หลินช่วยไว้ไม่ใช่เหรอ!”
“พี่หลินแข็งแกร่งขนาดนั้น จะติดเชื้อหรือไม่ก็ยังเป็นอีกเรื่อง! อีกอย่าง การทำตัวไม่รู้จักบุญคุณกับสัตว์เดรัจฉานมีอะไรต่างกัน?”
เขาพูดอย่างชอบธรรม พุ่งเข้าไปในฝูงชนที่แย่งเชือกไปแล้วก็ดึงเชือกกลับมา
แตกต่างจากความกระตือรือร้นที่แสดงออกมาภายนอก อันที่จริงในใจของเขาก็ค่อนข้างกังวล ตั้งแต่ที่ทุกคนเริ่มทะเลาะกันเขาก็หลบอยู่ที่มุมห้องคอยคำนวณอยู่ตลอด
การดึงจางเถี่ยขึ้นมามีความเสี่ยงสูง เพราะอาจจะติดเชื้อแล้ว แต่แตกต่างจากที่ทุกคนเห็นเพียงความเสี่ยง เขาก็พบว่าภายใต้ความเสี่ยงนั้นมีผลประโยชน์มหาศาล!
ความมั่งคั่งมาพร้อมกับความเสี่ยง!
สองวันนี้เขาคิดมาอย่างดีแล้ว ไม่มีพลังจะตายช้าหรือเร็วก็คือตาย เขาที่ไม่มีอะไรทำก็ปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อสังเกตการณ์ ก็พบว่าทั้งเมืองเต็มไปด้วยซอมบี้ ไม่มีแม้แต่เงาของกองทัพ สำหรับคำพูดของหวังเจี้ยนกั๋วเขาไม่เชื่อเลยแม้แต่คำเดียว
ตอนนี้เวินหย่าพลันลงมือ การช่วยคนสองคนขึ้นมาก็เป็นเรื่องที่แน่นอนแล้ว ถ้างั้นเขาก็สู้ทำดีหน่อย แกล้งทำเป็นอยู่ข้า