“วันนั้น เจ้าสัญญากับเสี่ยวเย่ ทำไมต้องสัญญากับเขาด้วย ทำไมกัน…” เสี่ยวเสวียนฉีจับมือของนางกดลงบนหน้าอกของตัวเอง เสียงแหบพร่า “เจ้ารู้ไหม ตรงนี้ของข้ามันทรมานนัก เจ้าน่าจะให้คนที่แทงข้าวันนั้นเป็นเจ้า! แทงข้าตายไปเลยยังดีกว่าให้ข้าทรมานเหมือนตายทั้งเป็นแบบนี้!”เสินจื่ออี้มือกระตุกแน่น หลบสายตาแต่เสี่ยวเสวียนฉีบังคับให้นางมองตน“เจ้าใส่ใจข้า เป็นห่วงข้า”“หากไม่เป็นห่วง ไม่ใส่ใจ วันนี้เจ้าก็คงไม่มา!”เขาหัวเราะเย็นชาพลางกล่าว “เจ้าหลอกข้าไม่ได้หรอก”วันนั้นที่หน้าวังหนานเฉวี่ย นางอาจจะหลอกเขาได้ แต่คืนนี้นางไม่มีทางหลอกเขาได้อีกแล้ว!“เสี่ยวเย่เอาอะไรมาขู่เจ้าใช่ไหม! บอกข้ามา ข้า…” จะจัดการทุกอย่างให้เจ้าเองเสินจื่ออี้ขมวดคิ้วพูดว่า “ไม่ใช่ ข้าสมัครใจเอง” นี่คือความจริงแววตาของเสี่ยวเสวียนฉีมืดลงเสินจื่ออี้พยายามดิ้นเพื่อชักมือกลับ แต่เพราะถูกเสี่ยวเสวียนฉีจับแน่น ไม่เพียงแต่ดึงกลับไม่ได้ เขายังจับแน่นจนเจ็บตรงที่เศษเซรามิกบาดไว้นางครางเบาๆ ด้วยความเจ็บเสี่ยวเสวียนฉีตกใจรีบปล่อยมือทันที “ขอโทษ ข้าลืมไป…”เขาประคองมือที่มีเลือดไหลของนางอย่างระมัดระวัง“ไม่เจ็บนะ เด็กดี ที่รักของข้า ไม่เจ็บไม่เจ็บ…”คำพูดอ่อนโยนที่มาอย่างกะทันหัน ทำให้เสินจื่ออี้น้ำตาแดง นี่เป็นคำที่เขาไม่เคยพูดกับนางมาก่อน แต่กลับพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่ามันอยู่ในใจเขามานานแสนนาน! ตั้งแต่ต้นจนจบก็เป็นเช่นนี้!นางไม่