เป็นไปตามที่เธอคาด เขาไม่ได้จากไปแต่เขากล้ามากกว่าที่เธอคิดไว้ที่นี่ก็ถือว่าเป็นตำหนักของพระสนมเอกซวี่ เสินจื่ออี้คิดว่าไม่ว่าเขาจะกล้าบ้าบิ่นแค่ไหน ก็คงไม่มาป่วนต่อหน้าหญิงของพ่อเขาเอง พระสนมไท่เจาอี๋ก็พอเข้าใจได้เพราะนางมีตำแหน่งไม่สูงนัก แต่นี่มันพระสนมเอกซวี่นะเสี่ยวเสวียนฉีไม่พูดพร่ำทำเพลง ไม่แม้แต่จะรอให้มีคนเข้าไปรายงาน บุกเข้ามาเสียอย่างนั้น“วันนี้เจ้าเข้าวังมากับเสี่ยวเย่” เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอ เอ่ยเสียงเย็นๆ แต่แฝงแววเย้ยหยัน เงยหน้าดูวังหนานเฉวี่ยตรงหน้า “เขาอยู่ข้างในนั่นคุยกับคน ปล่อยให้เจ้ายืนรออยู่ข้างนอก? นี่เรียกว่าเป็นผู้ชายแบบไหนกัน”น้ำเสียงเสี่ยวเสวียนฉีเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและล้อเลียนแต่เสินจื่ออี้ฟังออกว่าวันนี้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษหากเป็นเมื่อก่อน อย่าว่าแต่เขาจะเอ่ยถึงเสี่ยวเย่เอง แม้เสี่ยวเย่จะไม่อยู่ตรงนี้ เขาก็พร้อมจะฉุนเฉียวได้ตลอดเวลา ราวกับในสายตาเขา แค่เธอยังหายใจอยู่ ก็ผิดไปหมดแล้วแต่วันนี้…เสินจื่ออี้ไม่ได้คิดอะไรมาก จึงตอบเรียบๆ“เขาไม่ได้ทิ้งข้าไว้ข้างนอก เป็นข้าเองที่ออกมาเอง”เขาต้องการคุยธุระกับพระมารดา เธอย่อมไม่ควรอยู่ข้างในด้วยเสี่ยวเสวียนฉีไม่ชอบฟังเธอพูดปกป้องเสี่ยวเย่ เขาขมวดคิ้ว โน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากเธอทันที“ลองพูดแก้ตัวให้เขาอีกสิ” ดวงตาเขาเย็นชา แต่การเคลื่อนไหวที่ตามมากลับร้อนแรง “วันนี้ข้าจะอนุญาตให้เจ้าปกป้องเขาเป็นครั้งสุดท้าย”เ