เราะแห้ง ๆ กล่าวว่า“คุณหนูเสิ่น องค์ชายสี่กับองค์หกุ้ยเฟยยังต้องสนทนากัน หากท่านรู้สึกเบื่อ บ่าวจะให้คนไปส่งท่านออกจากวังดีไหมเพคะ?”ใครอยากมารับใช้นักโทษหญิงกันเล่า ยิ่งเป็นคนมีฐานะอย่างจูหยูด้วยแล้วเสินจื่ออี้รู้ดีถึงความคิดของจูหยู นางวางถ้วยชาลงอย่างสงบ “หากนางกำนัลจูหยูมีธุระ ก็ไปก่อนได้”“จะได้อย่างไร พระสนมเอกซวี่เห็นชอบตามคำขอขององค์ชายสี่แล้ว ต่อไปคุณหนูก็เป็นคนขององค์ชายสี่ และเป็นนายของบ่าวด้วย นายอยู่ที่นี่ บ่าวก็ต้องคอยรับใช้สิ”ฟังดูเหมือนคำพูดดี ๆ แต่แต่ละประโยคแฝงการเสียดสีพระสนมเอกซวี่เห็นชอบแล้ว แต่ก็เพียงแค่เห็นชอบเท่านั้น ยังไม่ได้อนุญาตให้นางมีสถานะอะไรแน่นอน เสินจื่ออี้ก็ไม่ได้อยากได้สถานะใด ๆ แบบนี้ดีที่สุดแล้วแต่นั่นไม่ได้หมายความว่านางจะยอมรับการเสียดสีของคนอื่นอย่างเต็มใจตั้งแต่เว่ยรานเดินผ่านมา จูหยูก็เริ่มส่อเสียดกระแนะกระแหน นางคิดว่าเสินจื่ออี้ไม่รู้หรือว่านางคิดอะไรอยู่“นางกำนัลจูหยู ไม่จำเป็นต้องหาเรื่องใส่ตัวเอง ท่านไม่ชอบอยู่ที่นี่ ข้าก็ไม่ต้องการให้ใครรับใช้ อยู่ต่อไปก็มีแต่ทำให้นางกำนัลจูหยูไม่สบายใจ ข้าจะนั่งรออองค์ชายสี่ที่นี่คนเดียวก็พอ เชิญไปเถิด”รอยยิ้มบนใบหน้าของจูหยูเกร็งขึ้น คิดว่าตัวเองเป็นนายแล้วหรือ?นางแค่พูดเป็นมารยาท จูหยูส่งเสียงแค่นแล้วหมุนตัวเดินจากไปพอนางเดินไป เสินจื่ออี้เงยหน้าขึ้นก็พอดีสบเข้ากับดวงตาลึกล้ำของชายหนุ่มที่อยู่ไม่ไกล