งค์ชายสี่ต่อไปเธอเต็มใจไหม!”อีกฝ่ายไม่พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าเบาๆเสี่ยวเย่รู้สึกดีใจล้นเหลือ!คำตอบนี้ เขารอมานานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ เขารีบโอบกอดเธอไว้เสี่ยวเสวียนฉีที่เหมือนกำลังเดินตรวจตราในสวนหลังเรือน หยุดฝีเท้าเมื่อเห็นชายหญิงกอดกันอยู่หน้าประตูใต้แสงจันทร์เขาเงยหน้าขึ้น ชายตามองไปทางนั้นด้วยสายตาเย็นชา มุมปากกระตุก“เสี่ยวเย่คนนี้ เหมือนสถานที่พังๆ นี้จริงๆ ทั้งเงียบทั้งซ่อนกิเลสไว้ลึก”ข้างนอกทำตัวเคร่งขรึม ประกาศว่าไม่สนใจสตรี ทั้งจวนองค์ชายสี่มีแค่แม่ครัวแก่ๆ คนเดียว แต่เบื้องลึกองค์ชายสี่เสี่ยวเย่ ก็ไม่ต่างจากผู้ชายทั่วไปข้างนอกเสี่ยวเสวียนฉีไม่มีเวลามาดูเสี่ยวเย่กับผู้หญิงอื่นเล่นรักกัน เขาหมุนตัวจะเดินจากไปแต่ไม่คาดคิดว่าประโยคที่เสี่ยวเย่พูดจากข้างหลัง จะดึงความสนใจให้เสี่ยวเสวียนฉีหยุดยืนอีกครั้ง!“จริงหรือ? ฉันแทบไม่กล้าเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง เธอยินดีจริงๆ หรือ…”เสี่ยวเสวียนฉีหันกลับมาทันที!…เสินจื่ออี้กลับมาที่เรือนของตนเองหลังจากนั้นหนึ่งชั่วยามมองดูพระจันทร์เต็มดวงที่อ้างว้างอยู่ข้างนอก ดวงตาของเธอแดงเป็นลูกพุทราไม่เป็นไร ยังคงเป็นคำพูดเดิมขอเพียงพี่ใหญ่และน้องสาวยังมีชีวิตอยู่ การมีชีวิตอยู่คือความหวังสิ่งที่เธอต้องทำคือรวบรวมหลักฐาน หลักฐานที่เพียงพอจะทำให้พี่ใหญ่และคนอื่นๆ เชื่อใจเธอขณะปิดหน้าต่าง ลมเย็นพัดผ่านมากระทบกลางแผ่นหลังของเสินจื่ออี้ ทำให้รู้สึกเย็นวาบมื