อ หรือว่ามีชื่อเจ้าเขียนไว้?” เสี่ยวเสวียนฉีเชิดคาง ท่าทางเย่อหยิ่งราวกับเด็กอายุสามขวบที่แย่งขนมกับคนอื่น ไม่มีทีท่าว่าจะหลีกทางเลยแม้แต่น้อย “อีกอย่าง ถ้าพูดถึงใครมาก่อนใครมาหลัง ข้าก็มาที่นี่ก่อนเจ้า คนที่ควรหลีกทางคือเจ้า”เสินจื่ออี้ถูกทำให้หัวเราะด้วยความโมโห“ใครบอกว่าพระองค์มาก่อน มีหลักฐานไหม? หม่อมฉันไม่เห็นนี่”“คราวหน้าอย่าเอาแต่จ้องมองเสี่ยวเย่ แล้วเจ้าก็จะมองเห็น”“พระองค์…” เสินจื่ออี้สูดลมหายใจลึกๆ เตือนตัวเองไม่ให้ทำตัวเหมือนเด็กๆเหมือนอีกฝ่าย พยายามควบคุมอารมณ์ “ขอองค์รัชทายาทโปรดหลีกทางหน่อยเถิดเพคะ”“ข้าไม่”“เสี่ยวเสวียนฉี…”“เรียกเราว่าอะไรนะ?”ทั้งสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่ตรงนั้น เหอซุ่ยพอดีก้าวออกมาจากห้องโถงเมื่อรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวที่ประตู เสินจื่ออี้รีบถอยไปด้านข้าง แล้วหงายหลังตกเข้าไปในอ้อมกอดของเสี่ยวเสวียนฉีที่อยู่ข้างๆ พอดี“เข้ามาซบอกเราเองเลยหรือ?” เสี่ยวเสวียนฉีก้มลงมองนาง “เราอนุญาตแล้วหรือ?”“หม่อมฉันแค่สะดุดโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีความคิดอื่นเพคะ” เสินจื่ออี้พูดเย็นชาแล้วพยายามลุกขึ้น แต่เขากลับรั้งนางกลับเข้ามา กอดนางไว้แน่นร่างกายของเสินจื่ออี้แข็งทื่อ และร่างของเขาก็แข็งค้างเช่นกันเมื่อเขาตระหนักได้ว่าตนเองทำอะไรลงไปโดยไม่รู้ตัว เขาก็ไม่ได้ปล่อยนางออกไปแต่กลับกอดแน่นขึ้น แน่นขึ้น… ราวกับว่าถ้าเขาไม่ยึดคนตรงหน้าไว้ให้แน่น นางจะหายไปจริงๆ!และความจริงก็เป็