านกับรัชทายาทอีกยังจัดการคนเก่าไม่เสร็จ ก็มีคนใหม่มาอีกแล้ว!เหอซุ่ยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟยิ่งคิดเช่นนี้ ฝีเท้าของนางก็ยิ่งเร่งรีบมากขึ้นไม่นาน นางก็เดินผ่านทางเดินลับแห่งหนึ่ง เดินไปเรื่อยๆ จนถึงพื้นที่ห่างไกลผู้คนในที่สุดก็มาถึงตำหนักร้างที่เห็นได้ชัดว่าถูกทิ้งร้างมานานหากไม่ได้ติดตามเหอซุ่ยมา แม้แต่เสินจื่ออี้ก็ไม่รู้ว่าในวังยังมีสถานที่ร้างแบบนี้อยู่เหอซุ่ยดูเหมือนจะคุ้นกับที่นี่มาก แสดงว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่มาตอนแรกเสินจื่ออี้เพียงคิดว่าเหอซุ่ยจะไปทำธุระอะไรสักอย่าง แต่ตอนนี้นางมั่นใจแล้วว่าเหอซุ่ยมาพบใครบางคนพบใคร?และทำไมต้องระมัดระวังและปิดบังถึงขนาดนี้?ไม่รู้เพราะอะไร หัวใจของนางเต้นเร็วขึ้นอย่างประหลาด ราวกับว่าหากเปิดเผยความลับนี้ได้ ก็จะสามารถเปิดเผยความจริงทั้งหมดได้!เสินจื่ออี้กุมหน้าอกตัวเอง กลั้นหายใจเดินไปที่หน้าต่างของตำหนักร้างนั้นข้างในมีเงาของเหอซุ่ยเคลื่อนไหวอยู่จากมุมมองของเสินจื่ออี้ นางไม่เห็นอีกคนแต่นางมั่นใจว่าที่นี่ต้องมีอีกคนแน่ๆ เพราะตั้งแต่เหอซุ่ยเข้าไป ท่าทีก็เปลี่ยนเป็นนอบน้อมอย่างยิ่ง แม้กระทั่งตอนอยู่ต่อหน้าเสี่ยวเสวียนฉีนางยังระวังตัวไม่ถึงขนาดนี้ แม้แต่ก้าวเดินก็ยังไม่กล้าก้าวให้ใหญ่“นาย…นาย…”นอกหน้าต่าง เสินจื่ออี้เตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินคำพูดนี้จากเหอซุ่ย สีหน้าของนางก็ยังเปลี่ยนไปนางเคยรู้อยู่แล้ว!เรื่องของตระกูลเซินในอดีต มันไม่ได้เป็นเพียงการแ