นานขบวนก็เริ่มออกเดินทางเพื่อเข้าวังหลวงวันนี้เสี่ยวเย่ยังคงเป็นผู้คุ้มกันเสินจื่ออี้เดินตามหลังขบวนตามความเคยชิน เมื่อกำลังจะออกจากจวนองค์ชายสี่นางเงยหน้าขึ้นโดยบังเอิญ สายตาวูบไหว คิ้วขมวดเล็กน้อย แล้วค่อยๆ เดินเร็วขึ้นไปที่ข้างกายเสี่ยวเย่ ถามเสียงเบา“องค์ชายสี่ คนนั้นเป็นใคร?”นางชี้ไปยังหญิงงามที่ปิดใบหน้าซึ่งกำลังเดินตามข้างเสลี่ยงขององค์ชายสามแห่งตงตัน โดยมีพิณพาดไว้ในอ้อมแขนเสี่ยวเย่เงยหน้ามอง แล้วอธิบาย “นั่นเป็นนางระบำตงตันที่ติดตามมาครั้งนี้”“นางระบำ?”“อืม ทั่วปาเอี้ยนผู้นั้นเป็นคนชื่นชมความงาม ไปที่ไหนก็ต้องพาคนงามติดตามไปด้วย” เสี่ยวเย่พูดอย่างหมดปัญญา เขาเองก็เพิ่งเคยพบคนที่มีพฤติกรรมประหลาดเช่นนี้เป็นครั้งแรกเสินจื่ออี้มองไปที่หญิงงามซึ่งติดตามมาอีกครั้งเสี่ยวเย่คิดว่านางกังวลเรื่องอะไร จึงกล่าวว่า “วางใจเถิด คนเหล่านี้ล้วนผ่านการตรวจค้นอย่างเข้มงวดแล้ว จะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น”เสินจื่ออี้ไม่ได้คิดถึงเรื่องเหล่านี้ นางเพียงแต่รู้สึกว่านางระบำตงตันที่แปลกหน้าผู้นี้ กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดนางไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เพียงส่งเสียงอืมเบาๆในขณะที่นางก้มสายตาลงนั้น หญิงงามคนนั้นก็พอดีหันมา มองมาทางเสินจื่ออี้อย่างผ่านๆ…วันนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับทูตจากตงตัน บรรยากาศจึงไม่ต้องกล่าวถึงเพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของแคว้นเป่ยฉี และไม่ให้ทูตจากตงตันรู้สึกเบื่อ งานเลี้