ป็นหม่อมฉัน…”องค์หญิงแปดไม่รู้ว่ามาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร และอยู่ที่นี่นานแค่ไหน แต่สิ่งที่แน่นอนคือคำพูดของเสี่ยวเสวียนฉีเมื่อครู่ เธอได้ยินทั้งหมดเสี่ยวเสวียนฉี: “……”“พี่ชายองค์รัชทายาท ท่านทำให้พี่จื่ออี้โกรธหรือ?” องค์หญิงแปดเกาะฉากบังตาถามอย่างระมัดระวังสีหน้าของเสี่ยวเสวียนฉีแข็งค้างเพียงชั่วขณะ แล้วจึงกลับมาเย็นชาเหมือนเคย“ทำให้นางโกรธ?”เขาแค่นเสียง!“น่าจะเป็นนางที่ทำให้เราโกรธมากกว่า!”องค์หญิงแปดขมวดคิ้วเล็กๆ “แต่ว่า… คนที่ทำผิดเท่านั้นถึงจะมาขอโทษนะ ถ้าพี่ชายองค์รัชทายาทไม่ได้ทำผิด เหตุใดต้องมาหาพี่จื่ออี้ด้วย?”เขาได้ขอโทษที่ไหนกัน?คำพูดเมื่อครู่ของเขา มีคำไหนที่เป็นการขอโทษ!ไม่มีเลย!บางสิ่งไม่จำเป็นต้องพูดออกมาตรงๆ ก็รู้สึกได้ แม้แต่องค์หญิงแปดที่ยังเด็กยังเข้าใจ“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว! เราไม่มีทางยอมแพ้ต่อนางหรอก!”คนที่ควรยอมแพ้ ควรเป็นนาง!องค์หญิงแปดมองไม่เข้าใจชายตรงหน้า แต่ช่วงหลังที่ผ่านมา อาจารย์สอนให้เธอรู้จักคำหนึ่งปากกับใจไม่ตรงกันเธอโง่เขลา จึงไม่เข้าใจความหมายของคำนี้แต่วันนี้เมื่อมองชายตรงหน้าที่ปากพูดว่าไม่ แต่กลับไม่ยอมก้าวออกไปจากที่นี่แม้แต่ก้าวเดียว เธอก็เข้าใจความหมายที่อาจารย์สอนในทันทีองค์หญิงแปดตกใจเมื่อเสี่ยวเสวียนฉีมองมาด้วยสายตาเย็นชา เธอหดคอลงเล็กน้อย ร้องเบาๆ ว่า “โอ้” แล้วพูดต่อว่า “แม่บอกหม่อมฉันว่า การทำผิดไม่น่าอายแต่การไม่ยอมรับต่างหากที่น่าอาย เดื