เมื่อก่อนทุกครั้งที่สิ่งของของเขาถูกส่งมา ตัวเขาเองก็จะปรากฏตัวตรงเวลาประหนึ่งมาเพื่อจับตาดูว่านางกินมันลงไปหรือไม่วันนี้ก็ไม่ต่างกันเสินจื่ออี้หยุดฝีเท้าชั่วขณะ ไม่ได้เงยหน้า ค่อยๆ ปิดประตู พลางก้มหน้าพูดเสียงแผ่วเบาว่า “บ่าวเคยบอกแล้วว่าองค์ชายไม่จำเป็นต้องมาบ่อยๆ แบบนี้”นางเหลือบมองอาหารบนโต๊ะอีกครั้ง ขนตาสั่นเบาๆ“ข้างนอกร้อนจัด อาหารมากมายเช่นนี้ บ่าวคนเดียวกินไม่หมดหรอก ทิ้งไปก็จะทำให้คนสงสัย หากองค์ชายไม่มีธุระอะไร ก็เชิญร่วมโต๊ะด้วยกันเถิด”นี่แสดงว่านางเต็มใจให้เขาอยู่แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา เสินจื่ออี้มีท่าทีเย็นชาและห่างเหินต่อเสี่ยวเสวียนฉี แทบไม่เคยมองหน้าเขาตรงๆ สักครั้งและนี่ ถือเป็นการยอมอ่อนข้อของนางใช่หรือไม่?ดวงตาของเสี่ยวเสวียนฉีที่อยู่ในเงาม่านขยับเล็กน้อย แต่เพราะมันมืดเกินไป จึงมองไม่ออกว่าเขาตื่นเต้นหรือมีสีหน้าอย่างอื่นหรือไม่เสินจื่ออี้พูดต่อว่า “แต่หลังจากวันนี้ องค์ชายอย่าส่งของมาให้อีก หากยังมีครั้งหน้า ข้าก็จะโยนทิ้งไปเลย”แม้จะเต็มใจให้เขาอยู่ แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงวันนี้วันเดียวเท่านั้นเสี่ยวเสวียนฉีไม่เคยพูดอะไรเลย ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อคำพูดของเสินจื่ออี้ เห็นเพียงร่างที่นั่งตัวตรงขยับเล็กน้อยบรรยากาศประหลาดในห้อง ทำให้เสินจื่ออี้รู้สึกถึงความผิดปกติในที่สุดนางเงยหน้าขึ้นมองชายที่นั่งอยู่ในที่มืด ขมวดคิ้วแน่น กำลังจะพูดอะไรบางอย่า