จันทร์เพ็ญที่ขอบหน้าต่าง แต่จิตใจกลับยิ่งว้าวุ่นสายลมยามราตรีพัดเปิดหน้าต่าง เสียงใบไม้ไหวสั่นดังซู่ซ่า แล้วมีคนเพิ่มขึ้นมาบนเตียงเสินจื่ออี้ตกใจ กำลังจะลุกขึ้น เสียงชายข้างกายก็ดังขึ้น“วันนี้ข้าเหนื่อยแล้ว อย่าขยับ”แม้เดาได้ว่าเป็นเขา แต่เมื่อเห็นว่าเขานอนข้างๆ ตัวเอง เสินจื่ออี้ก็ยังเปลี่ยนสีหน้า“องค์รัชทายาทหลงทางหรือ?”ที่วัดหลวงนี้ เขาไม่มีกุฏิส่วนตัวหรือ?ใต้แสงจันทร์ริมหน้าต่าง ทั้งสองนอนเรียงกันบนเตียงเล็กนี้ ทุกอย่างเงียบสงบเหมือนสายลมด้านนอก เงียบจนเสินจื่ออี้ไม่กล้าเชื่อว่า ความเงียบแบบนี้จะเป็นของพวกเขาสองคนแต่เตียงเล็กนี้เป็นเพียงเตียงสำหรับทาสรับใช้ยามค่ำคืน คับแคบยิ่งนัก เขานอนข้างๆ ทำให้เสินจื่ออี้ไม่กล้าพลิกตัวนางไม่อยากอยู่ใกล้เขา จึงหดตัวเลื่อนไปที่มุมเตียงหลายครั้งเพียงแต่การเคลื่อนไหวของนางช่างระมัดระวัง แต่ก็ไม่ได้เงียบสนิทการเคลื่อนไหวเบาๆนั้น เหมือนกับมดคลานไปมา รบกวนเสี่ยวเสวียนฉีกลิ่นหอมธรรมชาติของหญิงสาวที่เพิ่งอาบน้ำ ช่างนุ่มนวลชวนหลงใหลจนทำให้ใต้ท้องของเสี่ยวเสวียนฉีร้อนผ่าว!เสี่ยวเสวียนฉีดึงเสินจื่ออี้ที่เพิ่งคลานไปถึงปลายเตียงกลับมาแม้จะเป็นการดึง แต่ก็เบามากและระมัดระวัง ยังตั้งใจเว้นระยะห่างจากท้องของนางด้วยแน่นอนว่า การเคลื่อนไหวละเอียดอ่อนเหล่านี้ เสินจื่ออี้ไม่ได้สังเกตเห็นเมื่อนางรู้ตัวอีกที เขาได้พลิกตัวมาทับนาง สบถคำหนึ่งว่า “แม่นางเจ้าเสน่ห์!”แ