ล่ะ?เสินจื่ออี้ที่อยู่ใต้ร่างเขามองด้วยสายตาวาบหวาม คว้าชายผ้าห่มแน่น “ฝ่าบาทกำลังพูดอะไร หม่อมฉันไม่เข้าใจเจ้าค่ะ”ไม่เข้าใจ?เสี่ยวเสวียนฉีไม่แปลกใจกับคำตอบของนาง เขาแค่นเสียงหึในลำคอ มุมปากยกขึ้นเย็นชา แววตาฉายแววเฉียบคมผสมความเป็นเจ้าของ เขากุมมือนางไว้แน่นโน้มตัวลงมาใกล้ยิ่งขึ้น“ถ้าเช่นนั้นก็ถือว่าเจ้าไม่รู้แล้วกัน! แต่เจ้าควรรู้ว่า ผลของการไม่พูดความจริง จะต้องใช้อะไรมาชดเชย!”ร่างของเสินจื่ออี้สั่นสะท้าน อาภรณ์ของนางหลุดลุ่ย! ยังไม่ทันที่ร่างกายจะเย็นเฉียบ นางก็ถูกบังคับให้จมดิ่งใต้ร่างเขาอีกครั้งจากการอยู่ด้วยกันหลายครั้ง เสี่ยวเสวียนฉีรู้วิธีควบคุมร่างกายของนางได้ดีที่สุดและเข้าใจดีว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้นางไม่อาจต้านทานเขาไม่ชอบถอดเสื้อผ้าของนางออกหมด ทุกครั้งมักจะเหลือผ้าโปร่งบางไว้หนึ่งชิ้นดูเหมือนเขาจะชอบความรู้สึกคลุมเครือเช่นนี้มองเห็นเลือนราง ช่างยั่วยวนที่สุดเสินจื่ออี้น้ำตาไหลจนตาแดงภายใต้ร่างเขา อ้อนวอนไม่ให้เขาทำเช่นนี้เขาไม่ยอม ไม่เพียงโน้มตัวลงมาใช้กำลังมากขึ้น ยังงับไหล่ของนางอีกด้วยไม่ได้เจ็บมากนัก แต่ร่างของเสินจื่ออี้ก็ยังสั่นเทายิ่งเขาทำเช่นนี้ นางยิ่งร้องไห้หนักในที่สุด นางถึงกับเรียกชื่อเขาออกมา“เสี่ยวเสวียนฉี อย่า… ขอร้องเถอะ อย่าทำแบบนี้…”เสี่ยวเสวียนฉีชะงักการเคลื่อนไหว ก้มลงมองใบหน้าผอมเล็กที่เปื้อนน้ำตาของนาง ในดวงตาที่เต็มไปด้วยราคะและความเย็นชานั้น ด