ูเหมือนจะมีบางสิ่งลึกซึ้งยิ่งกว่าแฝงอยู่เขายื่นมือมาประคองใบหน้าของนาง เสียงแผ่วเบา เหมือนกำลังพูดกับตัวเอง“หากแต่แรกเริ่ม เจ้าเรียกชื่อข้าเช่นนี้ คงจะดีเพียงใด…”เสินจื่ออี้ไม่ได้ยินชัด และขณะที่นางพยายามฟังให้ชัดเจน เขาก็พุ่งเข้าหานางอย่างรุนแรงอีกครั้ง!คำอ้อนวอนและเสียงครางของนางเงียบหายภายใต้คลื่นปรารถนาที่ถาโถมซ้ำแล้วซ้ำเล่าหน้าเตียงที่โคลงเคลง เงาร่างของทั้งสองขึ้นลงเช่นนี้ เท้าทั้งสองพันเกี่ยวกันไม่สิ้นสุดใต้ผ้าม่านบางเสินจื่ออี้ไม่รู้ว่าตัวเองถูกเขาเอาตัวไปกี่ครั้งไม่ใช่ครั้งแรกที่มีความสำส่อนเช่นนี้กับเขา แต่ความสำส่อนวันนี้กลับแตกต่างจากวันก่อนๆ!เขาไม่ได้ดุร้ายและรุนแรงเหมือนทุกครั้งแม้แต่ยามที่นางร้องด้วยความเจ็บปวด เขายังจูบริมฝีปากของนาง ริมฝีปากนั้นไล่จากบนลงล่าง จนถึงปลายเท้างามของนางนางไม่รู้ว่าตัวเองสั่นสะท้านไปกี่ครั้งแล้วนางรู้แต่เพียงว่า… การที่วันนี้นางไม่ได้ต่อต้าน ไม่ใช่เพียงเพราะนางไม่เคยสามารถต่อต้านได้ แต่ยังเป็นเพราะ นางก็ร่วมจมดิ่งไปกับเขาโดยไม่รู้ตัว…จนกระทั่งหลังจากครั้งสุดท้าย นางอ่อนระทวยในอ้อมกอดของเขาอย่างสิ้นเรี่ยวแรง เสี่ยวเสวียนฉีจึงยอมหยุดเมื่อตื่นจากห้วงฝันอันเร่าร้อนนั้น เสินจื่ออี้รีบลุกขึ้นอย่างลนลาน ตั้งใจจะเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายบนพื้นแล้วจากไปเหมือนทุกครั้งแต่กลับถูกแขนของเสี่ยวเสวียนฉีดึงกลับมาอย่างแรง“ข้าบอกให้เจ้าไปหรือ?”เขาโอบเอวข