ผ่นหลังของเขา จึงรู้ตัวว่าเขาไม่ได้ต้องการ… แต่จะทำแผลเธอคิดมากไปเองบรรยากาศดูอึดอัดชั่วขณะ เสินจื่ออี้บีบแขนเสื้อ ตอบรับว่า “เจ้าค่ะ” แล้วรีบไปหยิบผ้าพันแผลข้างๆเสี่ยวเสวียนฉีหันหน้าไป สังเกตเห็นเธอแอบเคาะหัวตัวเอง ด้วยท่าทางรู้สึกผิดอย่างมากที่พูดผิด มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กๆเมื่อเสินจื่ออี้นำผ้าพันแผลมาวางลง สีหน้าของเขาก็กลับมาเย็นชาอีกครั้ง เงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาอำมหิต: “ยังไง ไม่มีมือเหรอ? อยากให้ข้าทายาเองหรือ? เจ้าเป็นทาสหรือข้าเป็นทาส?”ทายาก็ทายา พูดตรงๆ ไม่ได้หรือไงเสินจื่ออี้รู้สึกเซ็ง“เจ้าค่ะ หม่อมฉันจะทายาให้ฝ่าบาทเดี๋ยวนี้”ถึงเธอจะไม่รู้ว่าเขาอารมณ์แปรปรวนอะไรอีก แต่เขาก็เป็นคนเช่นนี้มาตลอดอารมณ์เปลี่ยนแปลงเร็วเธอแค่อยากทายาให้เสร็จแล้วรีบไปยื่นมือถอดเสื้อชั้นสุดท้ายออกจากแผ่นหลังของเขา เสินจื่ออี้จึงได้เห็นสภาพบาดแผลบนหลังของเขาเพราะไม่ได้ดูแลรักษาดีๆ แผลเหล่านั้นฟื้นตัวไปได้แค่ครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือเพราะเขาไปทำอะไรไม่ระวัง ไม่เพียงไม่หาย บางแห่งยังติดเชื้อเสินจื่ออี้ขมวดคิ้วมองเขา ถอนหายใจอย่างอ่อนใจพลางส่ายหน้าเรื่องการพันแผลและทำยาให้เขานี้ เสินจื่ออี้ทำมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วสมัยก่อนที่ตระกูลเซิน เมื่อเขาบาดเจ็บหรือมีอุบัติเหตุ เธอเป็นคนดูแลเสมอเขาเป็นคนเก็บตัว แม้จะบาดเจ็บหนักก็ไม่ยอมบอกคนอื่นหากไม่ใช่เพราะเธอคอยสังเกตอยู่เสมอ เจ้าหนุ่มคนนี้คงทำต