ัวเองตายไปนานแล้วเมื่อก่อนเสินจื่ออี้คิดว่า เป็นเพราะเขาดื้อรั้นไม่ฟังใคร จึงมีเรื่องอยู่เสมอ แต่ต่อมาเธอค่อยๆ ตระหนักว่า บาดแผลของเขา ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องธรรมดามาตั้งแต่แรกไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน รอบตัวเขามักจะมีคมดาบเงาแห่งกระบี่เสมอเธอแค่แปลกใจ เขาเป็นถึงรัชทายาทแล้ว แต่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางอันตราย“แอบด่าข้าในใจอีกแล้วสินะ? อย่าคิดว่าข้าไม่รู้!” เสี่ยวเสวียนฉีแค่นเสียง“ฝ่าบาทอย่าเพิ่งขยับเลยนะเจ้าคะ เดี๋ยวแผลจะเลือดออกอีก ถ้าแผลเป็นหนองแล้ว หม่อมฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้” เธอจับร่างเขาไว้พลางพูด น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเข้มงวดขึ้นโดยอัตโนมัติเสินจื่ออี้อายุมากกว่าเขาหลายปี เมื่อก่อนเธอมักจะว่ากล่าวเขาด้วยท่าทีของพี่สาวก็เคยชินไปแล้วนี่นาเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองล่วงเกิน เสินจื่ออี้ก็รีบปิดปากโดยอัตโนมัติแต่วันนี้เสี่ยวเสวียนฉีกลับไม่โกรธกับ ‘การขัดใจ’ ของเธอเขาเพียงหรี่ตาเรียวยาว หันมาจ้องเธอเสินจื่ออี้จดจ่ออยู่กับการพันแผล จึงไม่สังเกตสายตาของเขาพอทำยาเสร็จเงยหน้าขึ้น ก็พอดีสบตากับดวงตาที่กำลังจ้องเธออยู่พวกเขาไม่ใช่ครั้งแรกที่ห่างกันนาน และเคยทำเรื่องเหลวไหลมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งแต่ในชั่วขณะที่สบตากันนั้น เสินจื่ออี้กลับรู้สึกแข็งทื่อไปทั้งร่าง แม้แต่ลมหายใจก็เหมือนหยุดชะงักบรรยากาศรอบข้าง เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความพิลึกสายตาของเขาร้อนแรงเกินไป ทำให้แผ่นหลังของเสินจื่ออี้เริ่มมีเหงื่อซึมอ