ขนาดนี้? รีบไปเรียกหมอหลวงมาเร็ว!”“รีบไปเร็วเข้า!”วังหยูฮวาสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ผู้คนพลุกพล่านเหลือเพียงเสินจื่ออี้คนเดียวที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่หน้าประตูตำหนักบูรพา มือเปื้อนเลือดค้างอยู่กลางอากาศ เย็นยะเยือกยิ่งกว่าสายลมยามราตรีเสียอีกครู่ต่อมา ที่เรือนนางกำนัลเมื่อมีเหอซุ่ยแล้ว เสินจื่ออี้ก็ไม่จำเป็นต้องไปปรนนิบัติเสี่ยวเสวียนฉีอีกต่อไปแน่นอนว่า งานพวกนี้ก็ไม่ใช่หน้าที่ของเธออยู่แล้วเธอนั่งอยู่บนเตียงในเรือนนางกำนัล ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดที่เปื้อนเลือด มองออกไปนอกหน้าต่างเหม่อลอยราวกับจิตใจล่องลอยทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้ มันกะทันหันเกินไป จนทำให้คนรับมือไม่ทันแต่ตอนนี้สิ่งที่เสินจื่ออี้อยากรู้มากที่สุดคือ สิ่งที่ท่านเหยียนพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้มา มันคืออะไรกันแน่และชายชุดดำคนนั้น ก็คงไม่ได้บังเอิญมาปรากฏตัวที่คฤหาสน์เหยียนเป็นไปได้มากว่าพวกเขาต่างก็กำลังตามหาสิ่งเดียวกันแต่บนตัวเธอไม่มีอะไรเลยนี่บางที สิ่งนั้นควรจะอยู่กับเธอ แต่เพราะเหตุบางอย่าง ทำให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เธอไม่รู้“พี่จื่ออี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมองค์รัชทายาทถึงได้บาดเจ็บ?” หลิวซิงเดินเข้ามาหา เสินจื่ออี้เพิ่งไปล่าสัตว์มาไม่กี่วัน ตอนนี้มองดูแล้ว แม้จะไม่ได้ดูโทรมลง แต่เธอรู้สึกว่าพี่จื่ออี้ดูครุ่นคิดมากขึ้นดวงตาของเสินจื่ออี้วาบขึ้น แต่ไม่พูดอะไรหลิวซิงรู้ว่าเสินจื่ออี้ไม่อยากบอก เธอก็ไม่ถามต่อรู้สึกถึงความหม