เสินจื่ออี้วิ่งตื๋อไปตลอดทางนางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองวิ่งไปที่ไหน ยิ่งไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกทรมานเช่นนี้!จนกระทั่งวิ่งจนขาอ่อนแรง วิ่งจนแทบหายใจไม่ออก จึงได้หยุดพักอยู่ในป่าเล็ก ๆแถวนั้นเสินจื่ออี้กอดเข่าตัวเอง ค่อย ๆ ย่อตัวลงน้ำตาไหลรินลงมา ทั้งตัวสั่นไม่หยุด!ภูเขาและป่าตรงหน้าทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุด แทบมองไม่เห็นปลายทาง แต่แม้จะเป็นสถานที่กว้างใหญ่เพียงใด ก็ดูเหมือนไม่มีที่ไหนเป็นที่พำนักของนางได้เลย“ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกควรทำอย่างไรดี…”“พี่ชาย ทำไมตอนนั้นพวกท่านไม่พาข้าไปด้วย”ทำไม…เสินจื่ออี้เงยหน้า มองไปที่หน้าผาไม่ไกล แววตาหยุดค้างไว้ครู่หนึ่ง ราวกับร่างทั้งร่างถูกสะกดให้อยู่นิ่ง แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ด้วยสายตาว่างเปล่าและเลื่อนลอยเดินไปทีละก้าวไปยังทิศทางนั้นจู่ ๆ มีคนปรากฏตัว แขนที่แข็งแรงรวบร่างของนางไว้ แล้วกราชากเสินจื่ออี้ออกจากขอบหน้าผาที่มีลมหนาวพัดกลับมาอย่างแรง!“แค่เพราะไม่ได้พบเสี่ยวเย่อีก ก็อยากตายแล้วหรือ? เจ้าไม่ใช่คนรักชีวิตหรอกหรือเพื่อเขา แม้แต่สิ่งสำคัญที่สุดเจ้าก็ทิ้งได้ ใช่หรือไม่! เขาช่างเป็นสิ่งมีค่าของเจ้าจริงๆ!”เพราะการกระทำของเขาที่ดึงนางกลับมานั้นช่างเร่งร้อนและใช้แรงมาก!ราวกับจริง ๆ แล้วเขากลัวว่านางจะกระโดดลงไป!ถึงขนาดที่เมื่อคำด่าที่แฝงไปด้วยการเยาะเย้ยแบบคุ้นเคยนั้นดังมาจากเบื้องบนเสินจื่ออี้ยังคงอยู่ในความสับสนนางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นด้วยสายตาเลื่