กทางประตูห้องสีหน้าของเสินจื่ออี้เปลี่ยนไป ใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งขาวซีดไปทั้งหมด!ร่างของเธอสั่นเทาอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่าทำไม เมื่อรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ในชั่วขณะนั้น เธอถึงได้รู้สึกประหม่าและหวาดกลัวอย่างไร้สาเหตุ…ในตอนนี้ เจ้าของรองเท้าหุ้มข้อสีดำคู่นั้น ได้มายืนอยู่เบื้องหน้าเธอแล้ว!โดดเดี่ยว เย็นชา!ระยะที่ใกล้เช่นนี้ เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น! แต่ระหว่างคนทั้งสองกลับราวกับมีหุบเหวนับร้อยที่ไม่อาจข้ามพ้น!“พระบิดาเรียกโอรสมาดึกดื่นเช่นนี้ เพียงเพื่อมาชมคนต่ำต้อยที่เนรคุณหรือพ่ะย่ะค่ะ?” เสี่ยวเสวียนฉีเยาะเย้ยพลางหัวเราะเย็นชาสายตาของฮ่องเต้ฉงหมิงลึกล้ำยิ่งนัก ทำให้ผู้คนยากที่จะหยั่งถึง!“เราให้เจ้ามา เพราะอยากบอกว่า ในเมื่อเป็นคนของเจ้า ก็ควรดูแลให้ดี! อย่าปล่อยให้ออกไปก่อเรื่องวุ่นวายตามใจชอบ คราวนี้ โชคดีที่บุตรชายตระกูลหมู่ยังไม่เป็นอะไรมาก ไม่เช่นนั้น เจ้าจะให้เราไปอธิบายกับคนสกุลหมู่และหวางหนานฉวีอย่างไร?”ภายใต้แสงตะเกียงที่สลัว ใบหน้าของเสี่ยวเสวียนฉียิ่งดูมืดทะมึน เขามองจักรพรรดิที่มีสีหน้าเคร่งขรึมบนที่นั่งสูง นึกถึงเหตุการณ์กลางวันที่เกิดจากเรื่องเดียวกัน แต่ต่อหน้าเสี่ยวเย่ กลับดูกระวนกระวายและเป็นห่วงมากกว่าการตำหนิรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปากยิ่งลึกซึ้ง!“อย่างนั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้นต้องรบกวนพระบิดาจริงๆ เมื่อโอรสไม่ได้ทำให้พระบิดาสบายพระทัยเท่าองค์ชายสี่ อย่างนั้นตำแหน่