องไม่อยากพูด แต่อย่าทำอีก แม้เจ้าจะเป็นผู้นำในการจัดกำลังป้องกัน แต่ก็ควรยุ่งเรื่องของคนอื่นให้น้อยลง เข้าใจไหม?”เสี่ยวเย่ต้องการเพียงให้เสินจื่ออี้ไม่เป็นอันใด ขอเพียงไม่ลากนางเข้ามาพัวพันก็พอ เขาจึงไม่ได้อธิบายมาก เห็นด้วยกับคำพูดของพระสนมเอกซวี่ และเดินไปคุกเข่าขอโทษฮ่องเต้ฉงหมิงฮ่องเต้ฉงหมิงตอนนี้สีพระพักตร์ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด พระองค์จ้องมองเสี่ยวเย่ แต่ก็เพียงตำหนิเขาสองสามประโยค ไม่มีท่าทีว่าจะลงโทษรุนแรง“ดูสิ เย่เอ๋อร์ เสด็จพ่อของเจ้ายังรักเจ้าที่สุดนะ”เสี่ยวเสวียนฉียืนอยู่ตรงรอยต่อของเงาและแสงในท้องพระโรง หันหลังให้ เงียบๆสัมผัสฉากความสุขของ ‘ครอบครัวสามคน’ ที่อยู่เบื้องหลัง ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาซ่อนอยู่ในความมืดของท้องพระโรง มองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น มีเพียงความโดดเดี่ยวและความมืดอันหนาแน่นเมื่อฮ่องเต้ฉงหมิงนึกถึงอีกคนในท้องพระโรง และหันไปมอง ที่นี่ก็ไม่มีร่างของเสี่ยวเสวียนฉีแล้ว