ั้งไม่ถ้วนในกรมนางกำนัลวังบูรพาจนกระทั่งทิ้งเงามืดไว้ลึกเกินไป แม้จะรู้สึกถึงอันตรายที่อยู่ตรงหน้า แขนขาของเธอก็เหมือนถูกบางอย่างผูกมัดไว้ แข็งทื่อนิ่งอยู่กับที่!แต่ภาพที่เสินจื่ออี้ถูกก้อนหินทุบจนสมองแตกกระจายที่คาดการณ์ไว้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นมีคนปรากฏตัวแล้ว! คว้าจางเยียนเยียนไว้ได้ทันที พร้อมกับโยนก้อนหินที่เป็นอาวุธสังหารนั้นไปที่มุมระเบียงวัง!“ใครให้ความกล้ากับเจ้า กล้าประทุษร้ายคุณหนูใหญ่ของพวกเราในตำหนักชั่วคราว!”เสียงที่คุ้น ท่วงทำนองที่คุ้นเคย!ทำให้เสินจื่ออี้ตกใจจนได้สติกลับมาทันทีแต่พอได้สติ คำว่า ‘คุณหนูใหญ่’ ที่ไม่ได้ยินมานาน… ราวกับว่าเป็นคำในชาติก่อนก็ทำให้เสินจื่ออี้ก้มหลังลงในทันใด!เยว่เมอจับจางเยียนเยียนที่อ่อนระทวยไว้ แล้วแค่นเสียงพลางโยนร่างของเธอไปที่หน้าชายพระภูษากว้างของเสี่ยวเสวียนฉีเสี่ยวเสวียนฉีก้าวใกล้เข้ามา ใบหน้าอัมพาตเย็นชามีรอยยิ้มที่ไม่เหมือนยิ้ม ใบหน้าที่งดงามจนเกินจะบรรยายได้ด้วยคำพูด แต่รอยยิ้มประหลาดบนใบหน้านั้นกลับทำให้จางเยียนเยียนรู้สึกเหมือนเห็นปีศาจร้าย!“ลืมคำเตือนของเราเมื่อครั้งที่แล้วแล้วหรือ?”จางเยียนเยียนสีหน้าหวาดกลัวตกใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดม่านตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา ใบหน้าก็ซีดขาวไร้สีเลือด!ราวกับว่า ก่อนหน้านี้ เสี่ยวเสวียนฉีเคยทำอะไรที่น่ากลัวกับเธอมาแล้ว!ครั้งที่แล้ว? ครั้งไหนกัน?เสี่ยวเสวียนฉีเคยพบจางเยียนเยียนเมื่อไ