เสี่ยวเย่ตบศีรษะเสินจื่ออี้เบาๆ เสียงเขาแผ่วเบามากเสินจื่ออี้ไม่ค่อยได้ยินชัดพอเธอเงยหน้าขึ้นมอง เสี่ยวเย่ก็กลับมามีท่าทีเคร่งขรึมเหมือนเดิมแล้ว “ผมจะช่วยทำแผลให้คุณก่อน”เห็นเธอจะปฏิเสธอีก น้ำเสียงเขาก็เข้มขึ้น“คุณจะกลับไปในสภาพนี้หรือ?” เมื่อครู่คิดว่าเธอแค่ตกใจ แต่ตอนนี้เห็นใกล้ๆ ถึงรู้ว่ายังมีบาดแผลจากการล้ม “บาดเจ็บหนักขนาดนี้ ยังรีบจะไปอีก จะว่าคุณรักชีวิตหรือไม่รักชีวิตดีล่ะ?”เธอก็อยากรักชีวิตนะ ถ้ามีเวลาเหลือ… เสินจื่ออี้ยิ้มขื่นเล็กน้อย ก้มหน้าลงเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างเสี่ยวเย่มองท่าทางของเธอ สายตาเขาลึกซึ้งขึ้น หญิงสาวคนนี้ ดื้อรั้นเหมือนหนามแหลม แต่ก็อ่อนแอราวกับโคลนตม ใครๆ ก็ยื่นมือมารังแกได้เธอเป็นเหมือนปริศนาปริศนาที่ทำให้คนอยากค้นหา และอยากปกป้องในเวลาเดียวกันอีกไม่นาน อีกไม่นานแล้วเขาจะพาเธอออกไปจากนรกแห่งนี้ ต้องทำให้ได้!*ด้วยความช่วยเหลือของเสี่ยวเย่ เสินจื่ออี้กลับมาถึงค่ายอย่างปลอดภัยเสี่ยวเย่บอกว่าตอนนี้เธอยังอ่อนแอ ต้องพักผ่อนให้เต็มที่ เขายังทิ้งทหารไว้คนหนึ่งให้เฝ้าอยู่นอกเต็นท์นางกำนัล บอกว่าหากมีเรื่องอะไรให้คนนั้นไปส่งข่าวให้เขาเขายังมีเรื่องอื่นต้องจัดการ การล่าสัตว์ฤดูใบไม้ผลิยังไม่ได้เริ่มอย่างเป็นทางการแต่กลับมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น เขาจำเป็นต้องไปสืบให้กระจ่างเสินจื่ออี้ไม่อยากสร้างปัญหาให้เขา บอกทหารคนนั้นว่าตัวเองไม่เป็นไร ไม่ต้องเฝ้าอยู่ตรงนี้จร