ะไรขึ้น?เสินจื่ออี้ไม่คิดว่านั่นเป็นเป้าหมายสุดท้ายของอีกฝ่ายแต่ไม่แปลกเลย คนที่ทนไม่ได้กับการมีตัวตนของเธอ นับตามจริงแล้วมีมากมายนักแต่ถ้าพูดถึงคนที่มีความสามารถจริงๆ ที่สามารถกลบร่องรอยไฟไหม้ได้ในเวลาอันสั้น ในชูอู่ซานแห่งนี้กลับมีน้อยนัก!แล้วคนผู้นั้นคือใครกันแน่?เป็นเพียงการมุ่งเป้าที่ตัวเธอ หรือมุ่งเป้าที่ตระกูลเซิน?หลังจากทายาเสร็จ เสี่ยวเสวียนฉีลุกขึ้นยืน สีหน้ากลับมาเย็นชาและเย่อหยิ่งเหมือนเดิม“รู้ว่าตัวเองทำให้คนไม่พอใจ แต่ไม่มีความสามารถพอจะต่อกร! ก็จงอยู่เฉยๆ ไป!”“เจ้าก็เห็นแล้ว องค์ชายสี่ที่เจ้าภาคภูมิใจนักหนา แม้แต่คำพูดของเจ้ายังไม่เชื่อเลยเจ้ายังหวังให้เขาทำอะไรเพื่อเจ้าอีกหรือ? หรือหวังให้เขาออกหน้าต่อหน้าทุกคนแล้วปกป้องเจ้าอย่างโง่เขลาอีกครั้ง?”เสี่ยวเสวียนฉียกมุมปาก ในดวงตาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและการเหยียดหยามเสี่ยวเย่!รอยเยาะเย้ยนี้ทำให้เสินจื่ออี้เจ็บปวดเสี่ยวเย่เป็นคนเดียวที่กล้าปกป้องเธออย่างเปิดเผย แม้ว่าการกระทำของเขาจะหุนหันพลันแล่น แต่เขาก็ไม่ควรถูกเสี่ยวเสวียนฉีพูดถากถางแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!ในยามที่เธอถูกรังแก เธอไม่ได้คาดหวังให้เสี่ยวเสวียนฉีออกมายืนเคียงข้างเหมือนเสี่ยวเย่ แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ไปเยาะเย้ยคนที่กล้าออกมา!เสินจื่ออี้ค่อยๆ นั่งตัวตรง พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเล็กน้อย“องค์รัชทายาทไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องของบ่าวเช่นนี้ หากนางกำนัลเหอซุ่ยรู้เข้านางอา